IMG_E3795.JPG

ใครเคยดูหนังเรื่อง Vicky Cristina Barcelona แล้วอยากชวนเพื่อนสาวไปเปรี้ยวที่บาร์เซโลนาเหมือนนางเอกในเรื่องบ้าง เราเองเคยปักหมุดเอาไว้ เพราะเห็นบ้านเมืองสวยๆ ในหนังแล้วก็อยากไป ซึ่งหนังออกฉายตั้งแต่ปี 2008 แต่เราเพิ่งจะได้ไปก็เมื่อปลายปี 2018 ที่ผ่านมานี่เอง

เราเกือบจะคล้ายนางเอกอยู่แล้ว เพราะทริปนี้ไปกับเพื่อนสาว ต่างกันแค่ว่าของเราเป็นเพื่อนสาวจริงๆ แบบที่คนทั่วไปเรียกว่าเก้ง หรือเกย์นั่นแหละค่ะ

IMG_3036.JPG

บาร์เซโลนา สเปน เป็นเมือง gay-friendly อันดับต้นๆ ของโลก ผู้คนใช้ชีวิตกันแบบสบายๆ ค่อนข้างเปิดกว้างกับทุกอย่าง ออกจะฮิปสเตอร์หน่อยๆ นิยมศิลปะ ชอบเสพดนตรี พวกเขาค่อนข้างตื่นสาย กินข้าวเที่ยงตอนบ่ายสอง กินข้าวเย็นตอน 3-4 ทุ่ม ไปผับเต้นตอนตี 2 และกลับบ้านตอน 6 โมงเช้า แม้จะไม่ใช่เมืองหลวงอย่างมาดริด แต่ก็เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดของประเทศสเปน อยู่ติดชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ค่อนมาทางตอนใต้ของยุโรป อากาศจึงไม่หนาวมากนัก เย็นสบายตลอดทั้งปี

IMG_3030.JPG

IMG_E3062.JPG

ก่อนมา ภาพในหัวเราคือ หนุ่มบาร์เซต้องเป็นสายติสท์หนวดเคราครึ้ม หน้าเข้ม มีรอยสัก พูดจาสุภาพ นุ่มนวล เฟรนด์ลี่ และไนซ์กับคนเอเชีย ซึ่งวันแรกที่มาถึง ผู้ชายที่เดินไปมาตามท้องถนน ก็เหมือนจะเป็นอย่างงั้นค่ะในแวบแรก แต่พอแวบที่สอง เมื่อได้พิจารณาสักนิด ก็จะเลิกคิ้วนิดๆ แล้วรู้สึกว่า… ฮาโหล นู่นก็เกย์ นี่ก็เกย์

IMG_2876.JPG
Arc de Triomf สัญลักษณ์สำคัญของเมือง

เราก้าวขาเหยียบเข้าเมืองตอนประมาณ 7 โมงเช้า สิ่งแรกที่เห็นคือ ฝูงนกกำลังบินผ่านซุ้มประตูชัย Arc de Triomf ที่มีพระอาทิตย์สีส้มอุ่นเป็นฉากหลัง รูปร่างหน้าตาคล้ายประตูชัยที่ปารีส แต่จริงๆ แล้ว สร้างก่อนปารีสอีก รู้สึกว่าสเปนต้อนรับเราได้โรแมนติกมาก หายเหนื่อยจากการเดินทางไปเลย

IMG_2951.JPG

ตอนเสิร์ชหาที่พักในแอพฯ Traveloka เราเซอร์ไพรซ์มากกับราคาที่พักในบาร์เซโลนาที่ไม่แพงเลยถ้าเทียบกับหลายเมืองอื่นๆ ในยุโรป คืนละประมาณ 1,000 บาท ก็ได้ที่พักที่โอเคมากแล้ว แต่ถ้าต้องการโรงแรมหลายๆ ดาวหน่อย งบสักคืนละ 3,000-5,000 กว่าบาทนี่ได้โรงแรมหรูเลยค่ะ

เราจองที่พักแถวๆ ถนน La Rambla del Raval เป็นถนนคนเดินที่ดังมากๆ มีร้านช็อปปิ้งและร้านอาหารมากมาย จะเป็นร้านอาหารสเปนแท้ๆ หรือร้านอาหารไทยก็มีนะ ขอแนะนำให้มาเดินช่วงกลางคืน มันจะคึกคักกว่า

IMG_2903.JPG
ถนนคนเดิน La Rambla del Raval ยามค่ำคืน

IMG_E2908

IMG_E2914

เราเดินเข้าร้านขายโน๊ตดนตรี แวะร้านดอกไม้ ยืนดูการแสดงเปิดหมวกข้างทาง ต่อด้วยการเข้าไปช็อปปิ้งในตลาด La Boqueria ที่มีทั้งผลไม้สด อบแห้ง ถั่วหลากชนิด ช็อกโกแลต ขนมหวาน ซึ่งจัดแผงกันได้อย่างมีศิลปะและอลังการ

IMG_2905
ตลาด Mercat de la Boqueria

ในตลาดแห่งนี้มีร้านทาปาส (Tapas) เจ้าดังอยู่ร้านหนึ่ง คือ Pinotxo Bar มาที่นี่เราจะได้ลองชิมอาหารทาปาส ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการกินอันเก่าแก่ของสเปนที่แต่ละจานจะเป็นพอร์ชั่นเล็กๆ เหมือนของว่าง ทานพอดีคำ วัตถุดิบก็จะเป็นพวกอาหารทะเลจากเมดิเตอร์เรเนียน ปลาสด ผักสด เนื้อสัตว์ และชีส จะดูไลท์ๆ ดีต่อสุขภาพ อยากให้ลองโครแก็ตต์ (Croquettes) สอดไส้แฮม สีเหลืองทองกรอบนอกนุ่มใน แล้วก็ปลาหมึกปรุงรส (Galician Octopus – Pulpo a la Gallega) กินคู่กับไวน์แดงคือเวิร์กมาก

IMG_E2906

เพื่อนสาวขอแยกตัวเข้าผับเกย์ตั้งแต่คืนแรกเลย แล้วก็เป็นอย่างที่คาดการณ์ คือนางไปแล้วไม่กลับมา ปล่อยให้ชะนีน้อยตื่นมางงๆ ในวันถัดไป การออกเที่ยวคนเดียวในเมืองเกย์จึงเริ่มต้นขึ้น

IMG_3117.JPG

สิ่งที่ขึ้นชื่อมากที่สุดของบาร์เซโลนาคือเรื่องสถาปัตยกรรม ถือว่าเป็นที่สุดของสเปนเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นเมืองบ้านเกิดของสถาปนิกชื่อดัง อันโตนิโอ เกาดี (Antonio Gaudi) ผู้ฝากผลงานการออกแบบอาคารแปลกตาเอาไว้ในเมืองนี้เต็มไปหมด

ทริปนี้เราตั้งใจมาตามรอยเกาดีเลย ที่โด่งดังมากๆ ก็คือโบสถ์ Sagrada Familia ที่หน้าตาเหมือนปราสาททราย ต่อด้วยบ้านน่ารักในตัวเมืองอย่าง Casa Batllo ที่ใช้เส้นสายอิสระเลียนแบบมังกร โดยมีกระเบื้องปูไล่เฉดสีเป็นเกล็ดบนลำตัว กับ Casa Mila ที่มองด้านนอกคล้ายกับลอนคลื่นในทะเล

IMG_3126.JPG
Casa Batllo

ในแอพฯ Traveloka มีบัตรเข้าชม คาซ่า บัตโย แบบไม่ต้องต่อคิว เรากดซื้อแล้วก็นั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานี Passeig de Gràcia โผล่ขึ้นมาจะเจอบ้านเลย

IMG_3132.JPG
Casa Mila

อีกแห่งที่พลาดไม่ได้อย่างยิ่งสำหรับการตามรอยเกาดี ก็คือ พาร์ค กูแอล (Park Güell) อันนี้ต้องนั่งรถเมล์ออกนอกเมืองบาร์เซไปหน่อย ที่นี่รวมงานสคัลป์เจอร์ของเกาดีมาจัดแสดงอยู่เต็มสวน จนเรารู้สึกเหมือนเดินอยู่ในโลกเวทมนตร์

ที่เด่นๆ ก็คือมังกรโมเสกที่ไต่อยู่บนบันไดน้ำพุ แล้วก็พิพิธภัณฑ์ซึ่งเคยเป็นบ้านของเกาดีมาก่อน เมื่อเข้าไปเดินข้างในจะได้เห็นว่าเขาใช้ชีวิตยังไงอยู่ที่นี่กว่า 20 ปี ก่อนจะปิดท้ายด้วยจุดชมวิวตรงยอดเขาตอนพระอาทิตย์ใกล้ตก ซึ่งถือว่าเป็นวิวที่ดีที่สุดของเมืองเลยก็ว่าได้

IMG_3285.JPG
มุมมองจากยอดเขาที่ Park Güell เป็นจุดชมวิวเมืองที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของบาร์เซโลนา

IMG_E3202

IMG_3356.JPG

นอกจากเกาดีแล้ว ศิลปินอีกคนที่เราตั้งใจมาตามรอยก็คือ ฮวน มิโร (Juan Miro) จิตรกรชาวสเปนที่เป็นชาวบาร์เซโดยกำเนิดเช่นกัน

IMG_2991.JPG

เขาโดดเด่นในผลงานศิลปะแนวเซอร์เรียลลิสม์ นำเสนอภายใต้ลายเส้นที่พันกันชุลมุนและสีสันที่สว่างสดใส เราเคยไปดูนิทรรศการของเขามาแล้วครั้งหนึ่งที่ปารีส แต่ตอนนี้ดีใจมากที่ได้มีโอกาสมาถึง Fundació Juan Miró ซึ่งเป็นที่ที่เก็บสะสมงานของมิโรเอาไว้เยอะที่สุด การที่ได้มาเห็นงานชิ้นออริจินัลจริงๆ ที่นี่ มันตื่นเต้นมากเลยแหละ

IMG_2979

IMG_2988

IMG_E2968

IMG_2954.JPG
Fundació Juan Miró

Fundació Juan Miró เป็นตึกรูปทรงโมเดิร์นสีขาว ตั้งอยู่บนเนินเขา Montjuïc หลังจากเข้าไปเสพงานศิลปะจนอิ่ม ก็ออกมาเดินเล่น ใกล้ๆ นั้นมีที่เที่ยวอีกหลายแห่ง อย่างเช่น สนามกีฬาโอลิมปิกที่จุคนดูได้เป็นแสนคน สวน Parc de Montjuïc ที่สามารถนั่งรถราง Funicular ขึ้นเขาไปได้ แล้วก็พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคาตาลัน Museu Nacional d’Art de Catalunya (MNAC) ซึ่งจะมีบริเวณให้เราได้ชมวิวมุมสูงแบบพาโนรามา มองลงไปเห็นบ้านเมืองเรียงรายกันเหมือนตุ๊กตา แถมยังสามารถมองไปไกลได้ถึงท่าเรือเลยทีเดียว ถ้ามาเที่ยวในวันเสาร์ แนะนำให้ลงบันไดเลื่อนไปจนถึงล่างสุด จะมีการแสดงระบำน้ำพุตอนสามทุ่มด้วย จัดสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นทุกวันเสาร์ แต่เราไม่ได้ดูหรอกค่ะ ทำไงได้ เป็นชะนีเที่ยวคนเดียวกลับบ้านดึกมันอันตราย

IMG_3028

IMG_3026

IMG_3044
สวนด้านข้าง Museu Nacional d’Art de Catalunya (MNAC)

IMG_E3065.JPG

คืนสุดท้ายที่บาร์เซโลนา หลังจากที่เราปล่อยให้เพื่อนเกย์สำรวจ ‘ผู้’ ท้องถิ่นมาหลายวัน ก็คิดว่าอยากจะลองไปสำรวจบ้างอะไรบ้าง เรากับเพื่อนไปเข้าผับ straight หรือผับรวมชายหญิงทั่วไปนั่นแหละค่ะ แต่เอาเข้าจริงๆ มันก็มีปนๆ เพศกันมา ถึงจะเป็นผับชายหญิงก็ยังมีเกย์เพียบ

IMG_1680.JPG
Bar Kentucky ดื่มสวยๆ ตอนหัวค่ำ ก่อนไปผับ

ธรรมเนียมการเที่ยวกลางคืนของคนที่นี่ก็คือ ตอนหัวค่ำเขาจะไปผับนั่งดริงค์สวยๆ ก่อน มีเพลงช้าๆ ชิลๆ คุยกันได้รู้เรื่อง ไม่โหวกเหวก บางร้านเขาจะมีโปรโมชั่นคือ ซื้อดริงค์หรือช็อตที่นี่แล้วจะได้คูปองไปเข้าผับตื๊ดข้างๆ ได้เลย หรือถ้าไม่งั้น ก็ต้องไปเสียค่าเข้าเอง บางที่ก็ 10 ยูโร บางที่ก็ 20 ยูโร แล้วแต่ความหรูของผับ

IMG-7518 (1).JPG
บรรยากาศใน Bar Kentucky ก็จะประมาณนี้

ผับที่เราไปชื่อว่า Moog เป็นผับ EDM ที่ติดอันดับท็อปของบาร์เซโลนา ด้านหน้าทางเข้าจะมีที่ฝากเสื้อโค้ต เสียอีก 5 ยูโร หลังจากนั้นก็ลุยเลยค่ะ ในความมืดนั้น เกย์บ้างไม่เกย์บ้าง ตาดีได้ ตาร้ายเสียนะคะ

IMG_1823.JPG

สรุปว่าบาร์เซโลนาเป็นเมืองสนุกอีกเมืองหนึ่งที่มีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ผู้คนที่นี่อารมณ์ดีและเปิดกว้างมากกว่าหลายๆ ประเทศในยุโรป ที่เขาบอกกันว่าที่นี่เป็นเมืองฮิปสเตอร์ ก็อาจจะด้วยเรื่องของศิลปะ ดนตรี และวัฒนธรรมที่มันสอดแทรกอยู่ในทุกดีเทล ซึ่งถ้าเรายิ่งรู้ที่มา มันก็ยิ่งทำให้เราเที่ยวสนุกขึ้น และได้รู้ว่าภายใต้บ้านเมืองโทนสีน้ำตาลที่มีคนไถสเก็ตบอร์ดผ่านไปมา มันมีอะไรมากกว่านั้น

IMG_3482

ผู้หญิงที่โดนปล่อยมาเที่ยวคนเดียวในเมืองเก้งกวาง ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีนะ

—————————————–

Trip Info

-มีสายการบินมากมายจาก Bangkok ไป Barcelona เลือกราคาที่ดีที่สุดได้ในแอพฯ Traveloka โดยทริปนี้เราบินกับ Etihad Airways เพราะรูทนี้เพิ่งเปิดใหม่ล่าสุดช่วงปลายปี 2018 เลยมีโปรโมชั่น ยิ่งจองผ่านแอพฯ ราคายิ่งถูกไปใหญ่

-สำหรับการเดินทางในเมือง ในวันที่เดินทางเยอะๆ แนะนำให้ซื้อ Barcelona Card 3 วัน ราคา 45 ยูโร ซื้อออนไลน์ลด 10% ใช้โดยสารขนส่งสาธารณะทุกประเภทในเมือง

-ตั๋ว T-Dia หรือ One-day travel card ราคา 7.60 ยูโร/1 Zone และราคา 12 ยูโร/2 Zone ใช้โดยสารขนส่งสาธารณะทุกประเภทในเมือง มีอายุ 1 วัน นับจากวันที่เริ่มใช้ตั๋ว

-ตั๋ว T-10 ลักษณะการใช้งานเหมือนตั๋วแบบ 1 วัน แต่เมื่อเราซื้อทีเดียว 10 ใบ เราจะได้ลดราคา (1 โซน 9.95 ยูโร / 2 โซน 19.60 ยูโร) ใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากเสียบบัตร สามารถต่อสายอื่นหรือเปลี่ยนประเภทยานพาหนะได้ถึง 3 ต่อ ภายใน 75 นาที

-รถราง Funicular ขึ้นเขา Parc de Montjuïc ออกทุกๆ 10 นาที ช่วงฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน ให้บริการตั้งแต่ 9.00-22.00น. / ฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 9.00-20.00น.

Advertisements