39944397_419083088497851_7811304832811139072_n.jpg

ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโลกแฟชั่น แม้กระทั่งในวันที่ทำหน้าที่บก.บทความนิตยสารแฟชั่นมาเป็นเวลาเกือบจะ 5 ปีแล้ว ก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็น ‘คนแฟชั่น’ ส่วนหนึ่งเพราะคิดว่าตัวเองก็ยังไม่ได้มีความรู้เรื่องแฟชั่นในเชิงลึกมากพอ อาจเพราะเราต่อต้านความเป็นทุนนิยมและบริโภคนิยมมาแต่ไหนแต่ไร และอีกเหตุผลก็เพราะมีความรู้สึกลบๆ กับคำนี้หน่อยๆ

แฟชั่นคือความมาเร็วไปเร็ว เราไม่เคยชอบอะไรแบบนั้น

419533.LINE.jpg

เมื่อวานนี้ได้ไปดูหนังสารคดีของ doc club อย่างเรื่องวิเวียน เวสต์วู้ด (Vivienne Westwood) ที่เพิ่งเข้าฉายเป็นวันแรก ที่เซ็นทรัลเวิลด์คนเกือบเต็มโรง และเท่าที่สายตามองปราดไปเร็วๆ ก็เห็นว่าคนที่เข้ามาดูส่วนใหญ่จะเป็นซัมวันในแวดวงศิลปะและแฟชั่นทั้งนั้น

38872828_1668677666576719_7664188364538511360_n.jpg

ทั่วโลกรู้จักกันดีว่าวิเวียน เวสต์วู้ด เป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ชาวอังกฤษหัวขบถคนหนึ่งที่กว่าจะปลุกปั้นแบรนด์จนเป็นที่ยอมรับได้ ก็ใช้เวลาผ่านไปกว่า 20 ปี เธอเริ่มทำรองเท้าได้เองตั้งแต่ยังเด็กๆ และเธอก็เชื่อว่าเสื้อผ้าสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีความคิดของคนได้ จึงอุทิศตัวเองให้กับการทำงานสร้างสรรค์เสื้อผ้าในแบบของเธอมาตลอด โดยไม่สนใจกฏการตัดเย็บชั้นสูงแบบอังกฤษ ไม่แคร์สัดส่วนที่ถูกต้อง รวมไปถึงความแปลกของวัสดุ โครงสร้าง และลวดลายด้วย ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีภูมิความรู้ทางด้านดีไซน์ แต่เป็นเพราะเธอรู้และศึกษามาอย่างถ่องแท้จนตกผลึกทางความคิดและไปไกลเกินกว่านั้นมากต่างหาก

39979674_2180678488843475_6916588902249660416_n.jpg

“พวกคุณจะมาสนใจเรื่องของฉันทำไม มีเรื่องอื่นในโลกอีกมากมายให้น่าค้นหา ไม่ใช่การมาสัมภาษณ์ฉัน เอาเป็นว่าไม่ต้องตั้งคำถาม แต่ปล่อยให้ฉันเล่าไปเรื่อยๆ ในสิ่งที่ฉันอยากจะเล่าดีกว่า” วิเวียนกล่าวในตอนต้นๆ ของหนัง

40044176_542019222884879_625365612167692288_n.jpg

คาแร็กเตอร์และคำพูดแบบนี้ดูเป็นคนแฟชั่นจริงๆ เลยแหละ ก็ประเภทแบบว่าไม่แคร์อะไร ไม่สนใจความรู้สึกใคร ดูขวานผ่าซากนิดๆ ซึ่งนี่อาจจะเป็นคาแร็กเตอร์ที่คนนอกวงการแฟชั่นมองเข้ามาแบบผิวเผิน และก็ไม่ได้รู้ที่มาที่ไป บ้างอาจจะชื่นชมว่าดูแรง ดูเหวี่ยง หรือดูเก๋ดี และบ้างก็อาจจะรังเกียจไปจนถึงขั้นติดลบกับคนในแวดวงนี้ เหมือนอย่างที่ฉันเคยเป็น (และก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ยังเป็นอยู่ไหม)

39911118_1859513647461176_8529981598781669376_n.jpg

หนังพาเราย้อนกลับไปดูชีวิตของวิเวียนตั้งแต่ต้น อย่างการที่เธอเกิดในชนชั้นที่ไม่ได้มั่งมีนัก ก่อนจะแต่งงานกับสามีคนแรกและได้นามสกุลเวสต์วู้ดมาใช้ตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งสุดท้ายพวกเขาก็เลิกกันด้วยเหตุผลที่ว่าแต่งงานกันเร็วเกินไป และเธอเองก็ไม่ได้ชอบชีวิตการเป็นแม่บ้านที่ต้องเฝ้ารอสามีกลับบ้านในทุกๆ เย็น เธอไม่ได้ชอบแพตเทิร์นที่คนอื่นๆ ในสังคมเขาวางๆ กันมา เธอมีแพตเทิร์นของตัวเองมาตลอด ทั้งในเรื่องการตัดเย็บเสื้อผ้าและการใช้ชีวิต

40008530_473703559829647_5606195453981884416_n

39933163_279877532619785_6290345944227512320_n.jpg

เสื้อผ้าของเธอเป็นสัญลักษณ์การต่อต้านความคิดของคนยุคเก่าที่ยึดติดกับระบบชนชั้นของสังคมอังกฤษ เธอแหวกกฏระเบียบทุกอย่าง แต่เธอก็ทำงานด้วยมือ และวิเคราะห์แก้ไขจากการสวมใส่บนเรือนร่างมนุษย์ โดยให้นางแบบได้ทดลองสวมใส่และเดินเหินจริงๆ เสมอ มันแสดงออกถึงมุมมองที่แปลกใหม่จนบางครั้งก็ถูกวิจารณ์ว่าสวมใส่ไม่ได้จริงในชีวิตประจำวัน เคยมีรายการทีวีเชิญเธอไปสัมภาษณ์และโชว์ผลงาน และทั้งพิธีกรกับคนดูก็หัวเราะเยาะใส่ ทำราวกับว่าเธอเป็นตัวตลก โดยที่เธอไม่โกรธแม้แต่น้อย เธอเคยได้รับเชิญไปงานประกาศผลรางวัลแฟชั่นดีไซเนอร์อยู่หลายครั้ง เพื่อจะฟังว่าตัวเธอนั้นไม่ได้รับคัดเลือก แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อวันของเธอมาถึง เธอก็ได้รับรางวัล British Designer ถึง 2 ครั้ง (ปี 1990 และ 1992) จนแม้แต่ผู้ประกาศผลรางวัลก็ยังไม่อยากจะเชื่อในคำที่ตัวเองอ่าน

39989076_307822043316465_3034208366705508352_n.jpg

39947289_2129091564079875_595970168799100928_n

วิเวียนแต่งงานครั้งที่ 2 กับมัลคอม แมคลาเรน (Malcolm McLaren) นักเรียนศิลปะและผู้จัดการวงพังก์ร็อกอันโด่งดังแห่งยุค ’70s อย่าง เซ็กซ์พิสทอลส์ (Sex Pistols) ที่วิเวียนเป็นผู้ออกแบบเสื้อผ้าให้ พวกเขาทำธุรกิจเสื้อผ้าด้วยกัน จนเขาเสียชีวิตลง และวิเวียนก็เริ่มความรักครั้งใหม่กับแอนเดรียส โครนธาเลอร์ (Andreas Kronthaler) นักออกแบบหลังบ้านที่ทำงานกับแบรนด์เวสต์วู้ดมายาวนาน พวกเขาประกาศแต่งงานกันในปี 1993 ทั้งที่แอนเดรียสอายุน้อยกว่าเวสต์วู้ดถึง 25 ปี แถมเขายังดูมีรสนิยมที่ไม่ใช่ชายแท้

39942264_899920653536372_2465449719124459520_n

39957101_2233454136670023_5079230974244421632_n

นี่คงเป็นความแหวกขนบและการไม่เดินตามแพตเทิร์นทางสังคมอีกอย่างหนึ่งของคุณป้าเวสต์วู้ด และมันก็ส่งอิทธิพลไปถึงงานออกแบบเสื้อผ้าของเธอด้วย ไม่ว่าจะเป็นแนวเสื้อผ้าแบบยูนิเซ็กซ์ที่แสดงถึงความไม่แบ่งแยกเพศ เสื้อผ้าผู้ชายแบบรัดรูป เสื้อผ้าผู้หญิงแบบตัวโคร่งซึ่งทลายกรอบของคอร์เซ็ตที่รัดจนเอวกิ่วเพื่อเน้นทรวดทรงที่คดโค้งแต่หายใจไม่ออก เสื้อยืดลายสกรีนรูปหน้าอกผู้หญิงหรือกระดุมรูป ‘ไอ้นั่น’ ของผู้ชาย แล้วก็ยังมีการเฉือนเสื้อผ้าให้ขาดวิ่นเพื่อให้เห็นเนื้อหนังบริเวณหน้าอก ฯลฯ

39991461_1113976925421748_4847522973298458624_n

39974455_704241793264814_1850041924208033792_n.jpg

ปัจจุบันวิเวียน เวสต์วู้ด อายุ 77 ปี ภายนอกเธอยังดูเป็นคุณป้าเปรี้ยวๆ ที่มีความเพอร์เฟ็กชันนิสต์สูง เธอสามารถแสดงคาแร็กเตอร์โนสนโนแคร์แบบคนแฟชั่นได้แบบไม่มีใครเบ้ปากใส่เธอแล้ว โดยเฉพาะหลังจากที่เธอได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ท่านผู้หญิง (Dame) จากราชสำนักอังกฤษตอบแทนการเป็นดีไซเนอร์ที่สร้างชื่อให้ประเทศ เธอไม่ใช่ดีไซเนอร์ที่ออกแบบผลงานประหลาดน่าหัวเราะเยาะอีกต่อไป และก็ไม่มีใครสนใจอดีตที่มาจากชนชั้นกรรมาชีพของเธอด้วย วันนี้เธอเป็นยิ่งกว่า ‘ซัมวัน’ ในวงการแฟชั่น

39963721_283174688954123_8077595128740446208_n.jpg

แน่นอนว่าถ้าฉันไม่ได้ศึกษาเรื่องราวความเป็นมาของวิเวียน และแฟชั่นดีไซเนอร์อีกหลายๆ คน ฉันก็คงใช้มุมมองของบุคคลที่ 3 ตัดสิน ‘ซัมวัน’ เหล่านี้เป็นเพียงความงามที่ผิวเผิน แต่หลังจากที่เป็นบุคคลที่ 3 ในแวดวงแฟชั่นมาเกือบ 5 ปี ฉันเริ่มเข้าใจว่าแฟชั่นเป็นมากกว่าความมาเร็วไปเร็ว ความหมายของ ‘แฟชั่น’ มีอะไรมากกว่าในหนัง Devil Wears Prada ซึ่งฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าทุกคนที่ประกาศตัวว่าอยู่ในวงการแฟชั่นจะเข้าใจแบบเดียวกันรึเปล่า

แต่สำหรับฉัน ก็ยังคงยืนยันว่าตัวเองเป็นแค่ ‘บุคคลที่ 3’ สำหรับวงการนี้ก็พอ

 

หนังสารคดีเรื่อง Westwood โดย Documentary Club เริ่มฉายตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.นี้เป็นต้นไปที่ SF เซ็นทรัลเวิลด์ / เซ็นทรัลพระรามเก้า / คริสตัลเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา / คริสตัลราชพฤกษ์ / เมญ่าเชียงใหม่ / เซ็นทรัลขอนแก่น  

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/DocumentaryClubTH

All photos credit: Documentary Club

Advertisements