พะเยา1.JPG
พระอาทิตย์กำลังขึ้นที่ภูลังกา พะเยา

ต้นฤดูหนาวปีนี้ เราเดินทางขึ้นเหนือเหมือนอีกหลายๆ คน แต่นอกจากในฐานะนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสอากาศหนาวแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่เราตั้งใจมาสัมผัสก็คือร่องรอยของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมล้านนา ซึ่งมีเอกลักษณ์และมีเสน่ห์มากๆ

_GOT6376
วัดอนาลโยทิพยาราม พะเยา

เชียงรายคือจังหวัดเหนือสุดของประเทศไทย มีธรรมชาติที่สวยงามจนทำให้สมเด็จย่าทรงหวนนึกถึงสวิตเซอร์แลนด์ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกฟื้นผืนป่าบนดอยตุงให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

เชียงราย5
วิวสวยๆ หนาวๆ บนดอยตุง เชียงราย

ขณะที่พะเยาเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่มีเขตรอยต่อกับจังหวัดเชียงราย มีความสัมพันธ์กับเชียงรายในฐานะเมืองพี่เมืองน้องมาตั้งแต่อดีต สำเนียงภาษาถิ่นก็คล้ายกัน เมื่อก่อนเคยเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงราย แล้วค่อยยกขึ้นมาเป็นจังหวัดที่ 72 ของประเทศไทยในเวลาต่อมา

Vietjet3

ทริปนี้เราจะพาไปเที่ยวแบบควบสองจังหวัด เชียงราย-พะเยา เพื่อค้นหาว่าบนเส้นทางสายยาวที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหน้าหนาวนี้ จะซ่อนเร้นอดีตเอาไว้ในร่องรอยส่วนไหนบ้าง

Vietjet2

เรานั่ง Thai Vietjet air จากกรุงเทพฯ ไฟลท์ 6 โมงเช้า มาถึงเชียงรายได้ในเวลาชั่วโมงนิดๆ เส้นทางสุวรรณภูมิ-เชียงรายเป็นรูทที่เวียดเจ็ตเพิ่งเปิดใหม่เมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง นี่จึงนับเป็นครั้งแรกที่เราใช้บริการสายการบินนี้
Vietjet1

ถึงแม้ว่าจะเป็นรูทเปิดใหม่ แต่ด้วยความที่เป็นหน้าหนาว คนเที่ยวภาคเหนือกันเยอะ ก็เลยทำให้เคาน์เตอร์เช็คอินแถวค่อนข้างยาว แต่พนักงานก็ให้ข้อมูลดีมากๆ เราไม่ได้ซื้อน้ำหนักเพิ่มสำหรับโหลดกระเป๋าเพราะไม่ได้พกของเยอะ และช่องเก็บของเหนือที่นั่งบนเครื่องก็กว้างขวางพอที่จะใส่สัมภาระของทุกที่นั่งอย่างเพียงพอ เบาะใหม่ นั่งสบาย การเดินทางตอนเช้าตรู่แบบนี้แสงกำลังสวยเลย

Vietjet6Vietjet4Vietjet5

ใช้เวลาชั่วโมงนิดๆ ก็มาถึงสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เราเข้าไปแวะหาอะไรกินในตัวเมืองและไหว้พระที่ “วัดมิ่งเมือง” กันก่อน วัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ก่อตั้งเมืองเชียงราย อายุประมาณ 800 ปี โดยพระมเหสีของพ่อขุนเม็งราย

เชียงราย10

IMG_1351.jpg

วัดมิ่งเมืองอยู่ใกล้กับประตูเมืองเก่าของเชียงราย ไม่ไกลจากหอนาฬิกา เป็นวัดที่ไม่ว่าใครกำลังจะเดินทางออกหรือเพิ่งเข้าสู่เมืองเชียงราย ก็มักจะนิยมแวะมาไหว้พระที่นี่ก่อนเพื่อความเป็นสิริมงคล

เชียงราย11.JPG
วิหารที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

IMG_1348

ในตัวเมือง ใกล้กับหอนาฬิกามีร้านซาลาเปา หมั่นโถว เจ้าอร่อยอยู่ร้านนึง ชื่อร้าน “ปั้นเปา” ไม่เคยเจอร้านไหนมีซาลาเปาหมั่นโถวหลายรสชาติขนาดนี้มาก่อน ตั้งแต่ข้าวโพด แครอท งาดำฟักเชื่อม ถั่วแดงเกาลัด ชาไทย ชาเขียว ไปจนถึงผักโขม ฯลฯ

เชียงราย17เชียงราย12

เมื่ออิ่มแล้วก็ขับรถมุ่งหน้าไปทางแม่จัน เป้าหมายที่แรกของเราคือดอยตุง ซึ่งกำลังจัดงาน “เทศกาลสีสันแห่งดอยตุง” อยู่ในช่วงตลอดเดือนธันวาคมและมกราคม (2 ธ.ค. 60 – 28 ม.ค. 61) เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

เชียงราย4.JPG

ในงานนี้ ชาวเขาและชาวบ้านจะมาออกร้าน นำของพื้นถิ่นออกมาขาย ตั้งร้านรวงเป็นแถวยาว จะเรียกว่าเป็นถนนคนเดินที่สูงที่สุดในประเทศไทยก็ได้ ช้อปปิ้งกันสนุกเลย ท่ามกลางวิวของดอยตุงที่มองทางไหนก็มีแต่ภูเขาสีเขียวล้อมรอบ อากาศช่วงนี้ดีมากๆ มีหมอกจางๆ ด้วยล่ะ

เชียงราย2.JPG

เชียงราย15.JPG

เราได้เห็นผลไม้แปลกๆ ของชาวบ้านบนดอย รวมไปถึงเมล็ดพันธุ์พืชที่ปลูกแบบไม่ใช้สารพิษ และสำหรับคนที่ชอบชา กาแฟ ก็มีให้เลือกหลายรส หลายพันธุ์ หลายกลิ่น ดีต่อสุขภาพทั้งนั้น

เชียงราย14

บนดอยตุงมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ถ้าแบบซอฟต์ๆ ก็คือการเดินลงไปชมดอกไม้ในสวนแม่ฟ้าหลวง เวิร์กช็อปทอผ้าและปั้นถ้วยเซรามิก ดูนิทรรศการหอแห่งแรงบันดาลใจ และขึ้นไปเยี่ยมชมพระตำหนักดอยตุงของสมเด็จย่า แต่ถ้าต้องการเพิ่มความแอดเวนเจอร์อีกนิดก็ต้อง Tree Top Walk สะพานเดินเรือนยอดไม้ซึ่งเป็นทางเดินโยกเยกนิดๆ ท่ามกลางป่าเขากว้างใหญ่ นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวดอยช้างมูบที่หลายคนชอบไปดูพระอาทิตย์ตกดิน และกุหลาบพันปีสีแดง ดอกไม้ที่สมเด็จย่าทรงโปรดมากซึ่งกลายเป็นซิกเนเจอร์ของดอยตุงไปแล้ว

เชียงราย3
ดอกไม้เมืองหนาวกำลังเบ่งบานในสวนแม่ฟ้าหลวง

เราค้างบนดอยตุง 1 คืน ก่อนจะตื่นมาสูดอากาศสดชื่นในตอนเช้าเพื่อเตรียมเดินทางไปพะเยา โดยใช้เส้นทางถนนพหลโยธินวิ่งกลับเข้ามาในเมือง มุ่งหน้าอำเภอเชียงคำของพะเยา เส้นทางนี้จะผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเชียงรายหลายแห่ง ตั้งแต่แถวอำเภอนางแลก็จะมีพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ของอ.ถวัลย์ ดัชนี, ดอยดินแดงของอ.สมลักษณ์ ปันติบุญ สถานที่สำหรับคนรักงานเครื่องปั้นดินเผา เซรามิก, ขัวศิลปะ แกลเลอรี่ร่วมสมัยของเชียงราย

เชียงราย1.JPG

ต่อไปทางอำเภอแม่ลาว จะมีวัดร่องขุ่น ของอ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ แลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัด หรือจะต่อไปทางไร่เชิญตะวัน ของท่านว.วชิรเมธี ก็ไม่ไกล ที่นั่นนอกจากจะเป็นศูนย์วิปัสสนา ก็ยังมีร้านกาแฟอยู่ด้านในหลายร้าน เป็นการดื่มกาแฟในบรรยากาศที่สงบไปถึงจิตใจเลยทีเดียว

เชียงราย8
ลานหินในไร่เชิญตะวัน
เชียงราย9
ร้านกาแฟท่ามกลางบรรยากาศที่สงบเงียบ

จากเชียงราย ขับรถส่วนตัวมาพะเยา ถ้าไม่แวะที่ไหนเลยก็ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ พอถึงอำเภอเชียงคำจะรู้สึกได้ถึงความเป็นชุมชน มีความคึกคักพอประมาณ ที่นั่นมีวัดที่สวยมากอยู่วัดหนึ่ง

_GOT6865.jpg
วัดนันตาราม วัดไทยใหญ่หนึ่งเดียวของพะเยา

IMG_0700.jpg

วัดนันตาราม เป็นวัดไทยใหญ่ที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ฉลุไม้อย่างประณีตงดงาม เอกลักษณ์คือหลังคาที่ซ้อนเป็นชั้นๆ ทั้งด้านนอกด้านในตกแต่งด้วยสีเข้ม ดูขลังและศักดิ์สิทธิ์

_GOT6872IMG_0696IMG_0697

ไม่ไกลจากวัดนันตาราม เราสามารถขับรถไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูซางได้ ที่นั่นมีไฮไลท์คือน้ำตกอุ่น ไหลมาจากเทือกเขาดอยผาหม่น ลงมาที่หน้าผาหินปูน มีอุณหภูมิน้ำประมาณ 35-36 องศาเซลเซียส แต่มันจะอุ่นเฉพาะตรงน้ำที่กำลังไหลตกลงมาเหมือน shower ส่วนในแอ่งน้ำด้านล่างซึ่งเต็มไปด้วยหิน ก็จะปรับอุณหภูมิให้เย็นขึ้นเองโดยธรรมชาติ

IMG_0005

IMG_0710
เด็กๆ มาทัศนศึกษาที่น้ำตกอุ่นภูซาง

เส้นทางของภูซางคือเส้นทางเดียวกับอุทยานแห่งชาติภูลังกา ซึ่งสามารถขับต่อไปยังภูชี้ฟ้า-ผาตั้ง ของเชียงรายได้ด้วย สำหรับคนที่อยากมาดูทะเลหมอกในหน้าหนาว แนะนำให้หาที่พักในตัวเมืองเชียงคำ จะได้ขึ้นไปดูทะเลหมอกในตอนเช้าได้โดยสะดวก

_GOT6776.jpg

เอาล่ะ! และแล้วก็มาถึงไฮไลท์ในทริปนี้ของเรา นั่นก็คือ ภูลังกา ที่ที่ทำให้เราตื่นเช้าได้โดยไม่บ่นสักคำ เพราะรู้ว่ามีทะเลหมอกรอเราอยู่

พะเยา3

พะเยา5.jpg

ร้านกาแฟ Magic Mountain คือจุดเช็คอินของเรา เพราะอยู่ริมถนน ระหว่างทางไปอุทยานภูลังกา รถไม่จำเป็นต้องโฟร์วีลล์ก็เข้าถึงได้ มีที่จอดรถสะดวกสบาย แล้วก็สามารถยืนดูวิวสวยๆ ไปพร้อมๆ กับการจิบกาแฟอุ่นๆ

พะเยา2.JPG

IMG_0650

เรามาถึงที่ร้านประมาณก่อน 6 โมงเช้านิดหน่อย ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดูทะเลหมอก แอบเจ็บนิดหน่อยตรงที่เจ้าของร้านบอกว่า วันนี้ลมแรง หมอกอาจจะไม่ค่อยเยอะเท่าไร

“หลายวันก่อนหน้านี้ หมอกเยอะทุกวันเลยครับ” เจ้าของร้านตอกย้ำเราอีกรอบ

พะเยา4.jpg

แต่ยังไงก็ตาม ถึงจะมีหมอกแค่จางๆ เราก็รู้สึกว่ามันสวยงามเหมือนภาพวาด ถ้าใครอยากผจญภัยมากกว่านี้ สามารถขึ้นไปได้ถึงยอดดอยต่างๆ ในวนอุทยานภูลังกา แต่ถ้าจะขึ้นถึงจุดนั้น ควรต้องใช้รถโฟร์วีลล์ บนนั้นมีจุดชมวิวหลายจุด เช่น ภูเทวดา ที่ความสูง 1,720 เมตร สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำไทย-ลาว, ดอยภูนม ยอดดอยหัวโล้นที่ลมพัดแรงๆ และดอยภูลังกา สันเขาแคบๆ ซึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน มองเห็นไปได้ถึงสปป.ลาว และถ้าหากอยากพักที่นี่ ก็อย่าลืมนำเต็นท์มาเอง และติดต่อกับเจ้าหน้าที่วนอุทยานภูลังกาได้โดยตรง

พะเยา6.jpg

ก่อนจะเข้าไปเที่ยวในตัวเมือง เราแวะวัดอนาลโยทิพยารามซึ่งเป็นอีกวัดศักดิ์สิทธิ์อีกวัดหนึ่งที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาด ตั้งอยู่บนดอยบุษราคัมจึงสามารถมองลงไปเห็นวิวของเมืองพะเยาทั้งเมือง

_GOT6378.jpg

_GOT6339.jpg

ด้านในมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายจุด จะขับรถขึ้นไปเองก็ได้ หรือจะเหมารถชาวบ้านแถวนั้นพาเที่ยวก็ง่ายดี ราคาย่อมเยา แถมพาไปครบทุกที่แบบไม่ต้องหลงทาง ตั้งแต่ม่อนพระนอน พุทธคยาจำลอง วิหารพระเจ้าทันใจ พระตำหนักภูตะวัน อย่าลืมเดินขึ้นบันไดพญานาคไปไหว้พระพุทธลีลาองค์ใหญ่มากกกกที่ด้านบนด้วยนะ

_GOT6404.jpg

Destination สุดท้ายของทริปนี้ เรามาจบที่กว๊านพะเยา เรียนตั้งแต่สมัยเด็กแล้วว่าเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ แต่นี่เพิ่งเคยมาเห็นจริงๆ ครั้งแรก บรรยากาศดีสุดไปเลย

_GOT6987.jpg

_GOT6438

กว๊าน ภาษาพื้นเมืองแปลว่าบึง ที่นี่โอบล้อมด้วยขุนเขาดอยแม่ใจ มีปลาน้ำจืดกว่า 45 ชนิด ความอุดมสมบูรณ์ทำให้กว๊านพะเยากลายเป็นเหมือนหัวใจของเมือง บ้างก็เรียกว่าเป็นบึงแห่งศรัทธาพระพุทธศาสนา เพราะมีวัดติโลกอาราม เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่กลางน้ำ ประดิษฐานพระพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัย และในทุกๆ วันสำคัญทางพุทธศาสนาก็จะมีการล่องเรือเวียนเทียนกลางน้ำกันด้วย

_GOT6550IMG_0565

ลมเย็นๆ เรายืนมองทะเลสาบกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา มีคนพายเรือไปมา เป็นฉากที่โรแมนติกฉากหนึ่งของพะเยา ทั้งยามเช้าและยามเย็น ในขณะที่ชาวเมืองก็ขี่จักรยานผ่านหน้าเราไป ดูเป็นวิถีชีวิตช้าๆ ของที่นี่ จนทำให้คนกรุงอย่างเราไม่อยากกลับบ้านเลย

_GOT6448.jpg

เชียงรายและพะเยา เป็นสองเมืองในภาคเหนือที่เราคิดว่ายังคงรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ได้ค่อนข้างมาก ตั้งแต่สมัยก่อนที่เคยเป็นดินแดนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา มีความรุ่งเรืองถึงขีดสุด มีภาษาและประเพณีเป็นของตนเอง จนกระทั่งปัจจุบัน ก็ยังคงเหลือร่องรอยแห่งอดีตเหล่านั้นแทรกซึมอยู่ในศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งคนปัจจุบันก็สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน

เส้นทางสายหมอกในฤดูหนาวนี้ มีความลับที่น่าค้นหาอยู่มากมายจริงๆ

IMG_0730.JPG

Photo Credit: Thanes Piamnamai, La Vie en Road

Advertisements