Cover Budget Travel Indo

ถ้าจะพูดถึงประเทศที่แลนด์สเคปสวยพีคๆ ในอาเซียน เราขอยกให้อินโดนีเซียเป็นอันดับต้นๆ เพราะอย่างที่รู้กันว่าลักษณะประเทศเป็นเกาะแก่ง อยู่ในเขตที่ต้องเจอภัยธรรมชาติบ่อย ไม่ว่าจะสึนามิ แผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิด แต่นั่นก็แลกมาด้วยการทำให้เกิดความสวยงามแปลกตาของธรรมชาติ ที่ใครไปเห็นก็ต้องตะลึงในความยิ่งใหญ่อลังการ

FUEQ5975

ในชีวิตนี้เราไปเที่ยวอินโดนีเซียด้วยตัวเองมา 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกคือบาหลี ส่วนครั้งล่าสุดคือจาการ์ตา บันดุง และเมืองชนบทต่างๆ ในฝั่งชวาตะวันตก ก็เลยอยากจะเอาเคล็ดลับการท่องเที่ยวอินโดนีเซียแบบประหยัดมาแบ่งปัน เพราะรู้ว่าที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายที่คนไทยไปเที่ยวกันเยอะ ส่วนหนึ่งคือเดินทางไม่ไกล ใช้เวลาบินตรงกรุงเทพฯ-จาการ์ตา ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง และอีกส่วนก็คือไม่ต้องทำวีซ่า แค่มีพาสปอร์ตก็ไปเที่ยวได้เลย

6714085095567.LINE.jpg

ที่จริง ค่าครองชีพอินโดนีเซียโดยรวมถือว่าถูกกว่าไทยอยู่แล้ว ค่าเงินรูเปียะห์ (Rupiah หรือ IDR) ของที่นั่นมีเลขศูนย์หลายตัวยิ่งกว่าเงินกีบของลาวซะอีก (1 บาท = ประมาณ 400 IDR) วันๆ นับเงินกันเป็นแสนเป็นล้าน ใครไม่เก่งเลขนี่จะงงเอาได้ แต่ยังไงก็ตาม ทุกอย่างไม่ได้ราคาถูกไปซะทั้งหมด สำหรับอาหารมันก็มีตั้งแต่สตรีทฟู้ดถูกมากไปจนถึงแบบแพงๆ ระดับภัตตาคารหรู ในขณะที่การเดินทาง ก็มีตั้งแต่รถสาธารณะท้องถิ่นราคาถูก ไปจนถึงแท็กซี่ที่คอยหลอกฟันนักท่องเที่ยวจนอ่วม ก็มีเหมือนกัน

เอาล่ะ! งั้นวันนี้เราจะมาแชร์เคล็ดลับดีๆ สำหรับคนที่มีแพลนจะไปเที่ยวอินโดฯ ทำยังไงให้เที่ยวสนุก ไม่เสียอารมณ์ แถมยังไม่กระเป๋าฉีกด้วย ไปดูกัน

1.หาตั๋วเครื่องบินราคาถูกคือจุดเริ่มต้นของทุกทริป

Screen Shot 2560-09-18 at 1.20.40 PM

สำหรับทริปจาการ์ตาครั้งล่าสุด เราใช้วิธีหาตั๋วเครื่องบินจาก Traveloka เพราะเป็น Online Travel Agent อันดับหนึ่งในประเทศอินโดนีเซีย แนะนำให้โหลดแอปฯมาแล้วจองผ่านในมือถือ บางทีจะได้ราคาถูกกว่าหน้าเว็บไซต์ เนื่องจากมักจะมีโปรโมชั่นดีๆ ราคาถูกสำหรับผู้ใช้แอปฯ มาอยู่เรื่อยๆ

การใช้ Traveloka ทำให้เราสามารถค้นหาและเปรียบเทียบราคาของหลายๆ สายการบินโดยไม่ต้องไปเปิดหน้าเว็บตรงของสายการบินทีละอัน แอปฯนี้แอปฯเดียวสามารถจับคู่เที่ยวบินไป-กลับอัตโนมัติที่ราคาถูกที่สุดขึ้นมาให้ได้เลย ซึ่งบางทีขาไปและขากลับอาจจะเป็นคนละสายการบินก็ได้

แค่เราเข้าไปเซ็ตว่าจะเดินทางจากไหนไปไหน วันเดินทาง สามารถใส่รายละเอียดได้ด้วยว่าอยากนั่งแบบฟูลเซอร์วิสหรือโลว์คอสต์ จะเอาชั้นโดยสารแบบ economy หรือ premium economy ก็เลือกได้หมด ซึ่งสิ่งที่ดีงามมากๆ ก็คือเราก็ยังคงได้รับไมล์สะสมจากสายการบินที่เราเดินทางได้อยู่ดี แม้จะไม่ได้จองกับเว็บสายการบินโดยตรงก็ตาม

2. ตามหารหัสส่วนลดมาจองโรงแรม

Screen Shot 2560-09-18 at 1.05.27 PM

จริงๆ แล้วการจองกับเว็บโรงแรมโดยตรงก็เป็นเรื่องที่ดีนะคะ แต่เท่าที่จำความได้ เราไม่ได้ทำแบบนั้นมานานแล้ว เพราะสิ่งสำคัญเลยคือการมาจองกับเว็บ agent เราจะเห็นราคาของหลายๆ โรงแรมเปรียบเทียบกัน โดยเฉพาะ Traveloka ซึ่งเป็นแอปฯจากอินโด ก็เลยจะมีตัวเลือกโรงแรมในอินโดให้เลือกหลากหลายเป็นพิเศษ แถมมักจะมีโปรโมชั่นส่วนลดดีๆ ให้เรามากกว่า บางทีเจอราคาถูกกว่าไปจองกับโรงแรมโดยตรง ดังนั้นการตามหารหัสส่วนลด ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นงานอดิเรกอย่างนึงของเราไปละ

วิธีที่ง่ายมากๆ วิธีนึงก็คือไปกด subscribe จดหมายข่าวอีเมลของ Traveloka ไว้ เขาจะคอยส่งรหัสส่วนลดมาให้เราเรื่อยๆ หรือไม่ก็เข้าไปเช็คที่ www.traveloka.com/th-th/promotion พอเวลาเราจะจอง ก็พิมพ์รหัสส่วนลดลงไป ราคาก็ถูกลงไปอีก…ไปอีกกก

3. ใช้รถบัสจากสนามบินเดินทางเข้าเมือง

86456911

ที่สนามบินซูการ์โน ฮัตตา ของจาการ์ตา หลายคนเดินทางเข้าเมืองด้วยการเลือกใช้บริการเคาน์เตอร์แท็กซี่สนามบิน มันสะดวกสบายก็จริง แต่ราคาก็ใช้ได้เลยทีเดียว บางคนแอบขึ้นไปดักแท็กซี่มิเตอร์ Blue Bird ที่ชั้น Departure ที่มาส่งคนที่แอร์พอร์ตก็ได้ ราคาถูกกว่าเคาน์เตอร์ ซึ่งถ้ามากันหลายคน หารกันก็โอเคอยู่ แต่ถ้ามาคนเดียว เราขอเสนอการนั่งรถบัส Damri เป็นอีกวิธีนึงที่จะพาเราเข้าไปในตัวเมืองจาการ์ตาได้อย่างสะดวกสบายเหมือนกัน แถมราคาถูกกว่าหลายเท่า

เคาน์เตอร์ของ Damri Bus อยู่ทางซ้ายสุดเมื่อเราเดินออกจากประตูชั้นล่างของสนามบิน มีหลายจุดในเมืองให้เลือกลงได้ตามสะดวก สำหรับเราเลือกลงแถวสถานีรถไฟ Gambir เพราะที่พักอยู่แถวนั้น ราคา 40,000 รูเปี๊ยะห์เอง (ประมาณ 100 บาท) ซึ่งถ้าเราเรียกแท็กซี่จากสนามบินไปเลยก็เป็นแสนรูเปี๊ยะห์แหละ

ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยหรือกลัวหลง เพราะมีพนักงานคอยดูแลบนรถ และเมื่อถึงจุดหมายเขาก็จะตะโกนบอก ใครเอากระเป๋าใหญ่มา สามารถวางไว้ใต้ท้องรถ และถ้าใบไม่ใหญ่มากก็วางไว้ตรงที่เก็บของเหนือที่นั่งบนรถได้ เบาะเอนได้ นั่งสบาย แถมมี free wifi เรานั่งมาแล้ว ประทับจิตค่ะ

4. ใช้แอปฯเป็นตัวช่วยในการเดินทางท่องเที่ยวในเมือง

6714182419259.LINE
แอปฯ Uber ที่เราใช้เรียกในเมืองบันดุง เวิร์กมาก และราคาถูกเว่อร์

สำหรับการเดินทางไปไหนมาไหนในตัวเมือง ไม่ต้องมองหารถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดินนะคะ ที่อินโด ทุกคนใช้รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ส่วนนักท่องเที่ยวก็ต้องโบกแท็กซี่เอา แม้ว่าในอินโดฯ น้ำมันจะราคาไม่แพง และแท็กซี่ก็มีให้โบกตามทางแบบเกลื่อนเมือง แต่บอกเลยว่าพวกแอปฯ Uber กับ Grab ราคาจะถูกกว่าแท็กซี่ทั่วไปกว่าครึ่ง โหลดสองแอปฯนี้มาไว้ในมือถือ พอจะเรียกก็ลองกดเช็คและเทียบราคาดูว่าอันไหนจะถูกกว่ากัน มันแล้วแต่จังหวะเวลาและสถานที่

6714061019288.LINE.jpg

นอกจากนี้ยังมีแอปฯมอไซค์ด้วย อยากแนะนำให้รู้จัก Go Jek (ภาษาอินโด Ojek แปลว่ามอไซค์รับจ้าง) ซึ่งเป็นแอปฯเรียกมอไซค์ที่เปิดขึ้นมาแข่งกับ GrabBike ทำให้มีการจัดแคมเปญลดราคาค่าโดยสารกระหน่ำ เพื่อดึงดูดลูกค้า ราคาโดยสารโปรโมชั่นจะอยู่ที่ประมาณ 12-24 บาท

5. ซื้อซิมการ์ดท้องถิ่นไว้เล่นเน็ต

437005_b2b0d9d4-fb39-11e4-b4d8-579564efb121

ซิมการ์ดเครือข่ายท้องถิ่นของอินโดราคาไม่แพง ลืมไปได้เลยไอ้เรื่องที่จะเปิดโรมมิ่งหรือซื้อแพ็กเกจเน็ตจากไทยมา เพราะสำหรับประเทศนี้ ซิมการ์ดราคาค่อนข้างถูกค่ะ (ถ้าไม่โดนบางร้านฟันนะ) เครือข่ายที่นิยมกันที่สุดคือ Simpati เพราะไม่ว่าจะออกต่างจังหวัด ขึ้นเขาลงห้วย ไปชนบทแค่ไหน สัญญาณก็ยังค่อนข้างดีกว่าเครือข่ายอื่น

6714103296339.LINE

แต่สำหรับคนที่ไม่ได้บุกตะลุยผจญภัยในพื้นที่ห่างไกลอะไรมาก myXL ก็เป็นอีกเครือข่ายนึงที่ไม่เลว เราซื้อซิมพร้อมแพ็กเกจ Xtra Combo Lite ได้เน็ตมา 3 GB + โทรได้ 15 นาที ราคา 40,000 Rupiah ช่วยให้เรา search แผนที่เที่ยวเองได้ง่าย และที่สำคัญ ถ้าเราจะเรียกแอปฯแท็กซี่ต่างๆ การมีซิมการ์ดเบอร์ท้องถิ่นก็ช่วยให้คนขับแท็กซี่หรือมอไซค์โทรมาติดต่อนัดหมายกับเราได้ง่ายขึ้นค่ะ มันจำเป็นเลยทีเดียว อ้อ! แนะว่าให้ไปหาซื้อตามห้างในตัวเมือง ร้านขายมือถือที่เป็นเพิงๆ ข้างทาง หรือในร้านมินิมาร์ทเท่านั้นนะคะ อย่าซื้อตามร้านในสนามบินค่ะ มันแพงงงง

6. รถเมล์บ้างก็ได้ ไม่ต้องแท็กซี่ตลอด

IMG_2206
Photo credit: transjakarta.co.id

สำหรับในจาการ์ตา วันไหนที่เราอาจจะไม่ได้รีบหรือไม่ได้เดินทางไกลมาก มาลองขึ้นรถเมล์ดูบ้างก็ได้ฟีลท้องถิ่นดี แถมราคาถูกเว่อร์ ที่เราชอบมากก็คือรถเมล์ที่มีเลนวิ่งเป็นของตัวเอง ไม่ต้องไปติดปะปนกับรถอื่น คล้ายๆ BRT บ้านเรา เรียกว่า Transjakarta ต้องขึ้นที่สถานีเท่านั้นและใช้บัตรแตะ เป็นบัตรเติมเงิน ไม่มีแบบเที่ยวเดียว คิดราคาตามระยะทาง

อีกแบบคือรถมินิบัส มีเจ้าสีขาว (Kopaja) กับเจ้าสีส้มน้ำเงิน (Metro mini) อันนี้เหมือนรถเมล์เลย คือขึ้นไปก็จะมีกระเป๋ารถเมล์มาเก็บตัง แต่เขาไม่มีกริ่งนะ เวลาจะลงต้องตะโกนบอกคนชับ ไม่ก็ทำไงก็ได้ให้เสียงดังๆ

Angkot-In-Terminal.jpg
Photo credit: travenesia.com

ส่วนในบันดุงมีรถโดยสาร Angkot หน้าตาเหมือนรถกะป๊อแต่ใหญ่กว่านิดนึง วิ่งเป็นเส้นทางประจำ เคยนั่งจากเมืองเลมบัง เมืองตากอากาศบนภูเขาลงมาในตัวเมืองบันดุง ระยะทางเกือบ 15 กม. ค่าโดยสารแค่ 10,000 Rupiah เลิฟสุดไรสุด

7. เที่ยววันธรรมดาตั๋วถูกกว่า

 

6729071283490.LINE.jpg

อุทยานทางธรรมชาติ เช่นภูเขาไฟ น้ำตก ทะเลสาบ หรือภูเขาอะไรก็ตาม ทุกอย่างมีค่าตั๋วเข้าอุทยานทั้งนั้น ไม่ต้องนับพวกมิวเซียม แกลเลอรี่ หรือวัดวาอารามนะ พวกนี้ก็เก็บหมด แถมราคาไม่ใช่ถูก และแน่นอนว่าวันนึงเราก็คงไม่ได้ไปแค่ที่เดียว ลองบวกดูสิคะว่าจะเป็นเงินเท่าไร

6723812487515.LINE

วิธีนึงที่ช่วยประหยัดได้ง่ายมากก็คือไปเที่ยววันธรรมดาค่ะ เพราะค่าตั๋วถูกกว่า (มากด้วย) เช่น ภูเขาไฟ Tanguban Parahu เมืองบันดุง (ราคาสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วันธรรมดา 200,000 Rupiah วันเสาร์อาทิตย์ 300,000 Rupiah), ภูเขาไฟโบรโม่ (ราคาสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วันธรรมดา 217,500 Rupiah วันเสาร์อาทิตย์ 317,500 Rupiah)

8. หลายหัวดีกว่าหัวเดียว

ก็อย่างที่รู้กันว่าการเดินทางในอินโดฯจะใช้รถยนต์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเช่ารถหรือขึ้นแท็กซี่ ถ้าเกิดว่านั่งกันไปหลายคนก็สามารถช่วยกันหารได้ แต่ถ้าไปคนเดียว ก็แน่นอนว่าแพงมากๆ แม้แต่การเช่ามอไซค์ขับเองก็ตาม ในบาหลีเขาจะชอบมีด่านตำรวจ ถ้าเราทำอะไรสักอย่างไม่ถูกกฏหมาย เช่นเอกสารไม่ครบ หรือไม่มีหมวกกันน็อกอะไรแบบนี้ จะโดนค่าปรับอีกอ่วมละค่ะ

9. จองตั๋วรถไฟใกล้เวลาออกเดินทาง

IMG_5097

การเดินทางข้ามเมือง ใช้รถไฟก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่แนะนำเพราะหลีกเลี่ยงปัญหารถติด กำหนดเวลาได้ เพราะรถไฟเขาตรงเวลามาก แถมไม่ต้องเผชิญกับมลพิษด้วย

6729071287591.LINE.jpg

ถ้าเป็นยุโรป ยิ่งเราจองตั๋วรถไฟล่วงหน้านานเท่าไหร่ เราจะยิ่งได้ราคาถูกลงเท่านั้น แต่ที่อินโดฯ กลับกันค่ะ ยิ่งใกล้เวลาออกเดินทาง ราคาตั๋วยิ่งลดลง แต่มันก็มีความเสี่ยงของมันอยู่ เช่นตั๋วรอบที่เราต้องการไปอาจจะเต็มไปแล้ว หรืออาจจะมีตัวเลือกเรื่องเวลาน้อยลง เลือกที่นั่งไม่ได้ ฯลฯ อันนี้ก็แล้วแต่ว่าใครอยากเสี่ยงดวงไหม

10. ช็อปปิ้งต้องต่อราคา

6716139169027.LINE.jpg

ถ้าไม่ใช่ในห้าง จะซื้ออะไรในอินโด เราต้องต่อราคาไว้ก่อน โดยเฉพาะพวกตามตลาดต่างๆ ตลาดของเก่า หรือแม้แต่ร้านขายของที่ระลึกตามสถานที่ท่องเที่ยว พวกนี้ ต่อราคา 50-70% ไปเลยไม่ต้องกลัว หรือไม่ก็ใช้มุกถามราคาแล้วเดินออก ราคาจะลดลงฮวบใหญ่

6716050225344.LINE

 

Advertisements