IMG_2171
Photo Credit: Ouigo

แน่นอนว่ารถไฟยุโรปนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสะดวกสบาย และรวดเร็ว เป็นที่นิยมในการเดินทางไม่แพ้เครื่องบิน โดยเฉพาะรถไฟ TGV ของฝรั่งเศส ซึ่งที่ได้รับการพัฒนามาตั้งแต่ปี 1960 เป็นหนึ่งในระบบรถไฟความเร็วสูงที่เร็วที่สุดในโลก

เวลาเดินทางระหว่างเมือง ผู้คนจะนิยมนั่งรถไฟ TGV กันมาก เพราะสามารถเดินทางจากปารีสเมืองหลวงไปยังเมืองที่อยู่เหนือสุดหรือใต้สุดของประเทศได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ข้อดีก็คือ นอกจากจะไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางมากๆ แล้ว ยังได้ดูวิวสวยๆ สองข้างทางแบบที่เครื่องบินให้ไม่ได้ อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเวลาไปเช็คอินหรือโหลดกระเป๋าล่วงหน้า 2 ชั่วโมงแบบเวลานั่งเครื่องบินด้วย

แต่ข้อเสียก็คือ ราคาตั๋วค่อนข้างแพง ยิ่งถ้าไปซื้อใกล้วันเดินทางก็ยิ่งแพง บางทีนั่งเครื่องบินโลว์คอสต์อาจราคาถูกกว่าด้วยซ้ำไป เราก็เลยจะมาแนะนำวิธีที่ประหยัดกว่านั้น นั่นก็คือ รถไฟแบบโลว์คอสต์ที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อปี 2013 นี่เอง

เราได้ยินคำว่า ‘เครื่องบินโลว์คอสต์’ หรือสายการบินต้นทุนต่ำกันมานานแล้ว แต่สำหรับรถไฟโลว์คอสต์ดูจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย โดยเฉพาะมือใหม่หัดเที่ยวยุโรป ถ้างั้นลองมาทำความรู้จักกับรถไฟวีโก (Ouigo) กันหน่อย เพราะเป็นรถไฟราคาประหยัดที่เป็นบริษัทลูกของการรถไฟฝรั่งเศส (SNCF) อีกที แต่ดำเนินการอย่างเป็นอิสระจากบริษัทแม่อย่างชัดเจน

รถไฟ Ouigo

IMG_2170
Photo Credit: Ouigo

รถไฟ Ouigo เคยพาเราเหาะจากลียง (Lyon) ไปอาวิญง (Avignon) เมืองทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ด้วยเวลาเพียง 50 นาที ในราคาเพียง 10 ยูโร หรือประมาณ 380 บาทเท่านั้น นับว่าถูกมากถ้าเทียบกับรถไฟ TGV ปกติ ที่ราคาต่อเที่ยวประมาณหนึ่งพันบาท โดยรถไฟ Ouigo นี้ ก็เป็นรถไฟความเร็วสูง TGV เหมือนกัน ใช้ระยะเวลาวิ่งเร็วพอๆ กับรถไฟของ SNCF เลยแต่ราคาถูกมาก และไม่ว่าจะนั่งไกลแค่ไหนก็เริ่มต้นที่ราคานี้

แต่เดี๋ยวก่อน!! ด้วยความที่เป็นโลว์คอสต์ มันก็เลยมีข้อจำกัดอยู่บ้าง คล้ายๆ กับเครื่องบินโลว์คอสต์ที่เงื่อนไขบางอย่างอาจจะไม่ค่อยยืดหยุ่นนัก อย่างเช่น

  1. สถานีไม่ได้ครอบคลุมทุกเมืองในประเทศฝรั่งเศส แต่จะมีจุดหมายปลายทางเฉพาะเมืองหลักๆ ใหญ่ๆ เท่านั้น อย่างเช่น Charles de Gaulle airport, Marne-la-Valley, Lyon, Rennes, Nantes, Avignon, Aix en Provence, Montpellier
  2. มีรอบเวลาให้เลือกน้อยมาก ส่วนใหญ่จะมีเพียงรอบเวลาเดียวต่อวัน
  3. สถานีที่จอดรถไฟ Ouigo บางจุดหมายปลายทางก็ไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง มักจะอยู่แถบชานเมือง เช่นถ้าคุณจะไปในเมืองปารีส แต่คุณต้องไปลงที่สนามบินชาร์ลส์ เดอ โกลล์ แทน หรือไม่ก็ดิสนีย์แลนด์ แล้วต่อรถเข้าเมืองอีก ตรงนี้ก็ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายดีๆ ว่าคุ้มไหม
  4. อนุญาตสัมภาระขึ้นรถไฟได้แค่กระเป๋า cabin size กับกระเป๋าถือ 1 ใบเท่านั้น เหมือนเครื่องบินโลว์คอสต์เลย แต่ถ้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ก็สามารถจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มได้ใบละ 5 ยูโร (ถ้าไม่ซื้อล่วงหน้าพร้อมตอนซื้อตั๋วแล้วไปซื้อเอาตอนขึ้นรถไฟจะโดนชาร์จแพงมาก)

    bag
    Photo Credit: Ouigo
  5. ซื้อตั๋วออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.ouigo.com เท่านั้น และการจ่ายเงินก็ต้องใช้บัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารในยุโรปเท่านั้น
  6. จะระบุหมายเลขที่นั่งในขั้นตอนการจองตั๋วเลยซึ่งเราสามารถเลือกโซนได้ สำหรับโซนธรรมดา ราคา10 ยูโร และโซนมุมสงบที่มีปลั๊กให้สำหรับชาร์จแบต ราคา 15 ยูโร
  7. ต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าอย่างน้อย 4 ชั่วโมงขึ้นไป และเมื่อซื้อเสร็จจะมีตั๋วส่งมาให้ทางอีเมล 4 วันล่วงหน้าก่อนออกเดินทางให้เราปรินท์ใส่กระดาษ หรือเซฟไฟล์เก็บไว้ในมือถือก็ได้ เมื่อถึงเวลาขึ้นรถไฟ ให้เปิดหน้าที่มี QR Code แสดงแก่เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วพร้อมกับ identity card (พาสปอร์ต)
  8. สำหรับรถไฟ TGV ทั่วไป เราสามารถไปถึงชานชาลากี่นาทีก่อนรถไฟออกก็ได้ แต่สำหรับ Ouigo คุณต้องมาทำการ Boarding 30 นาทีก่อนเวลาที่รถไฟจะออก ซึ่งเมื่อมาถึงสถานี คุณจะเห็นคนเข้าคิวยาวววววมากกกก ก็มีแต่คิวของ Ouigo นี่เท่านั้นแหละ เพราะเขาต้องตรวจทั้งตั๋วและสัมภาระ ดังนั้นให้ไปก่อนเวลาเข้าไว้จะเป็นการดี
IMG_2172
Photo credit: Ouigo

จากประสบการณ์ที่เราได้ลองนั่งรถไฟ Ouigo จาก Paris ไป Lyon Perrache และอีกครั้งก็จาก Lyon Perrache ไป Avignon เมืองทางใต้ของฝรั่งเศส เราต้องตื่นเช้ามาก เพราะรถไฟออก 6 โมงเช้า จึงต้องไปถึงสถานีตั้งแต่ 5.30น. แต่พอได้ขึ้นรถไฟ ก็ชอบมาก ที่นั่งมันคล้ายๆ กับ TGV ทั่วไปเลย แถมคนน้อย นั่งสบายสะอาด มีที่วางอาหาร-เครื่องดื่มด้านหน้าเบาะ แล้วยังไม่ทันหลับสนิทดี รถไฟก็พามาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

ดังนั้นถ้ารถไฟ Ouigo มีรอบเวลาและจุดหมายปลายทางที่เอื้อต่อทริปของเรา ก็สามารถเลือกใช้บริการได้อย่างไม่ต้องลังเล เพราะทั้งรวดเร็วและราคาถูกสะดวกสบายมาก 🙂

รถบัส Ouibus

นอกจากรถไฟแล้ว อีกหนึ่งวิธีประหยัดในการเดินทางข้ามเมืองก็คือการนั่งรถบัส ถ้าหากเราแพลนเวลาในการเดินทางดีๆ และไม่ได้เร่งรีบอะไรมาก รถบัสก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะได้เห็นวิวสองข้างทางแบบช้าๆ ชัดๆ และที่สำคัญไม่ต้องแบกกระเป๋าเดินทางหนักๆ ขึ้นลงหลายรอบ แค่วางไว้ที่เก็บของใต้ท้องรถแล้วก็ขึ้นรถไปนั่งชิลๆ ได้เลย

20161231_155211

ในยุโรปมีบริษัทที่ให้บริการรถบัสหลายบริษัททีเดียว แต่วันนี้ เราจะมาแชร์ประสบการณ์จากที่ได้ใช้บริการรถบัสฝรั่งเศสที่ชื่อ Ouibus กันว่าเป็นยังไงบ้าง

จากปารีสไปเมืองลียง คือเส้นทางแรกที่เราได้มีโอกาสใช้บริการ Ouibus ระยะทางประมาณ 470km หากนั่งรถไฟความเร็วสูง TGV ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง แต่เนื่องจากว่าเรามาจองตั๋วใกล้วันเดินทางไปหน่อย แถมเป็นช่วงวันหยุดยาวด้วย ราคาก็เลยแพงมาก ต่อเที่ยวประมาณ 3 พันกว่าบาท โหดเกินไป ก็เลยลองนั่งรถบัสของบริษัทนี้ดูเป็นครั้งแรกเพราะราคาต่อเที่ยวเพียง 15 ยูโร (เป็นเงินไทยก็ราวๆ 570 บาท) ถูกกว่ารถไฟเป็นไหนๆ แม้จะต้องใช้เวลาเดินทางเกือบๆ 6 ชั่วโมงแต่สำหรับคนที่ไม่รีบเร่งแล้วไม่มีปัญหาเลย

20161231_155159.jpg

ขั้นตอนการซื้อตั๋วสามารถจองผ่านได้ 2 เว็บ

  1. http://en.voyages-sncf.comอันนี้เป็นเว็บที่สามารถจองรถไฟหรือรถบัสก็ได้ในฝรั่งเศสจะมีรอบเวลาของทั้งรถเมล์รถไฟขึ้นมาให้เลือก
  2. www.ouibus.comอันนี้เป็นเว็บโดยตรงของบริษัท ถ้าเข้าไปก็จะเจอแต่รอบรถบัสของบริษัทนี้เท่านั้น

เราสามารถเข้าไปเลือกรอบรถเลือกที่นั่งและซื้อค่าธรรมเนียมสัมภาระเพิ่มได้ ปกติเขาจะอนุญาตแค่กระเป๋าถือ 1 ใบกับกระเป๋าเดินทาง cabin size 1 ใบถ้าเพิ่มจากนี้ให้ซื้อเพิ่มได้ในราคาใบละ 5 ยูโรก็ถือว่าไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงอะไร

การจองถือว่าสะดวกสบายง่ายดายมาก แต่ความยุ่งยากอยู่ที่ตอนจ่ายเงิน เพราะเขาจะรับเฉพาะบัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารในยุโรปเท่านั้น แต่ถ้าซื้อได้สำเร็จแล้ว ตั๋วก็จะถูกส่งมาให้เราทางอีเมลโดยอัตโนมัติ จริงๆไม่ต้องปรินท์ก็ได้ แค่โหลดเก็บเอาไว้ในโทรศัพท์ให้อุ่นใจก็พอ เพราะตอนขึ้นรถจริงๆ เราโชว์แค่พาสปอร์ตหรือ identity card อื่นๆ ที่มี ก็ขึ้นรถได้เลย

IMG_2169

ด้านในรถสะอาดใหม่เอี่ยมอ่องมากไม่มีกลิ่นอับใดๆ เบาะติดกันเป็นคู่ๆ สองฝั่งคั่นด้วยทางเดินตรงกลาง แต่สำหรับคนที่เดินทางคนเดียว เราสามารถดึงเก้าอี้ให้ห่างออกจากที่นั่งข้างๆ ได้เล็กน้อย เพื่อเพิ่ม space ให้ไม่ติดกับคนแปลกหน้าข้างๆ เกินไป อันนี้ชอบมาก เพราะฝรั่งข้างๆ ตัวใหญ่ ข้อศอกจะได้ไม่ชนกัน นอกจากนี้ยังมีที่วางขาสบายๆ เหนือที่นั่งมีที่เก็บกระเป๋า และสามารถดึงแท่นด้านหน้าที่นั่งออกมาสำหรับวางอาหารแก้วน้ำหรือโน้ตบุ๊กได้ด้วย

ก่อนออกรถ พนักงานจะมาถือไมค์กล่าวทักทายที่ด้านหน้ารถ พร้อมกับบอกรายละเอียดของการเดินทาง และกฏระเบียบต่างๆ ก่อนจะออกรถอย่างสุภาพและขับอย่างนิ่มนวลตลอดการเดินทางไม่สร้างอาการหวาดเสียวใดๆ ขณะที่ผู้โดยสารทุกคนส่วนใหญ่เป็นฝรั่งผมทอง ไม่มีพวกคนที่มีลักษณะไม่น่าไว้ใจขึ้นมาด้วย มีเราคนเดียวที่เป็นคนเอเชีย  วันนั้นจึงไม่เกิดเหตุการณ์ไร้มารยาทจากผู้โดยสารคนไหน ทุกคนนั่งกันแบบปกติสุขดี บางคนฟังเพลง บางคนเปิดคอมทำงาน และบางคนหลับ (ฉันเอง)

อ้อ! สิ่งที่ชอบมากคือบนรถมี free wifi 1 ชั่วโมง ความเร็วปรู๊ดปร๊าด ใครอยากอัพรูปส่งเมลอะไรยังไงก็ตอนนี้เลย เป็นการใช้เวลาว่างที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง

IMG_2168.JPG

ระหว่างทางมีจอดแวะพัก 1 ครั้งประมาณ 20-30 นาที ทุกคนต้องลงจากรถ ตรงนั้นก็จะมีร้านอาหารเล็กๆ ซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ให้เราซื้อขนมน้ำหรือแวะเข้าห้องน้ำได้

และสุดท้าย…เราก็มาถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย หวังว่า Tips ในการเดินทางแบบประหยัดสองวิธีนี้จะช่วยให้ทริปฝรั่งเศสของคุณกลายเป็นเรื่องง่ายและราบรื่นมากขึ้น!

Advertisements