4403320487395.LINE

นักท่องเที่ยวกับนักล้วงกระเป๋าในยุโรปดูเหมือนจะเป็นของคู่กันไปแล้ว ส่วนใหญ่จะมีเยอะตามเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ๆ ที่โด่งดังก็อย่างเช่นปารีส โรม เวียนนา ฯลฯ แต่ช่วงหลังๆ ตั้งแต่มีข่าวผู้อพยพระบาดไปทั่วยุโรป แม้แต่ในสวิตเซอร์แลนด์ที่คนเคยคิดว่าปลอดภัย ล่าสุดเราก็เพิ่งเจอล้วงกระเป๋ามากับตัว

นักท่องเที่ยวเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มมิจฉาชีพอยู่แล้ว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเอเชียผมดำอย่างเราๆ ทุกคนที่ไปเที่ยวมักจะพกเงินสดไปสำหรับการใช้จ่าย รวมถึงการไปเยือนเพียงชั่วครั้งชั่วคราว อยู่ไม่กี่วัน ทำให้การดำเนินการเอาผิดกับพวกมิจฉาชีพ อาจทำได้ยากกว่า จึงไม่แปลกที่เราๆ จะตกเป็นเป้าสำคัญของพวกล้วงกระเป๋า

ในฐานะคนเที่ยวยุโรปบ่อยๆ เลยอยากจะมาแชร์ Tips ดีๆ สำหรับการเที่ยวยุโรปอย่างปลอดภัย อย่างน้อยก็เป็นการป้องกันไว้ก่อน ให้เราเที่ยวอย่างมีสติ แต่ไม่ต้องถึงขั้นหวาดระแวง เพราะคงไม่มีใครอยากให้ทริปแสนหวานที่วาดเอาไว้ กลายเป็นทริปที่ไม่น่าจดจำ

  1. สังเกตลักษณะกลุ่มมิจฉาชีพให้เป็น

พวกนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกยิปซีหรือพวกเร่ร่อน หน้าตาเป็นพวกฝรั่งทางโซนยุโรปตะวันออก มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก บางคนโพกผ้า หรือบางคนก็แต่งตัวปกติแต่พูดภาษากลุ่มยุโรปตะวันออก มักเดินไปเดินมาแบบไม่ได้มีจุดมุ่งหมาย แต่เป็นการเดินแบบสังเกตการณ์ หรือไม่ก็ยืนประจำจุดใดจุดหนึ่ง

  1. แต่งตัวให้กลมกลืนกับคนท้องถิ่น

ส่วนใหญ่คนเมืองหนาวมักจะใส่เสื้อผ้าสีดำๆ ทึมๆ เราเองก็ควรจะแต่งให้กลมกลืน ไม่ต้องเล่นกับสีสันมากนัก และก็ไม่ควรใส่เครื่องประดับที่มีค่า กระเป๋าแบรนด์เนมหรือสิ่งใดก็ตามที่ดูหรูหรา มักจะดึงดูดมิจฉาชีพได้เป็นอย่างดี เราสามารถเลือกเสื้อผ้าที่เรียบๆ แต่ก็สวยได้

  1. อย่าทำตัวให้เห็นเด่นชัดว่าเป็นนักท่องเที่ยว

เช่น อย่าสะพายกล้องถ่ายรูปไว้ที่คอ ให้เก็บไว้ในกระเป๋า ถ้าจะถ่ายค่อยหยิบขึ้นมา, อย่าหยิบแผนที่ออกมากาง หรือเดินไปแล้วดูแผนที่ในสมาร์ตโฟนไป เพราะจะทำให้มิจฉาชีพจับสังเกตได้ว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวไม่คุ้นชินเส้นทาง แนะนำให้ศึกษาเส้นทางอย่างละเอียดก่อนจะออกเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรถสายอะไร ลงแล้วเดินต่อไปทางไหน หรือราคาตั๋วโดยสารเท่าไรเป็นต้น และถ้าสงสัยต้องการดูแผนที่จริงๆ ให้หาที่หลบมุม หรือเดินเข้าร้านหนังสือ ร้านขายของ หรือซูเปอร์มาร์เก็ต นอกจากนี้เวลาเดิน ต้องอย่าเดินไปคิดไป แม้เราจะไม่รู้หรือไม่มั่นใจ ก็ต้องทำท่าการเดินให้ฉับไว้และดูเหมือนมั่นใจไว้ก่อน โดยเฉพาะในสถานีรถไฟใต้ดิน

  1. อย่าคุยกับคนแปลกหน้า

อันนี้ไม่ได้บอกให้ไม่เฟรนด์ลี่ คือถ้าเราเจอคนแปลกหน้าที่ได้รับการแนะนำจากเพื่อน หรือเจอเพื่อนใหม่ในงานปาร์ตี้ หรือสถานที่อื่นๆ ที่ปลอดภัย เราก็ make friend ได้ แต่คงไม่ใช่บนท้องถนนแน่ๆ โอเคมันอาจจะมีการบังเอิญเจอแบบพรหมลิขิตเหมือนในหนังก็ได้ แต่ถ้ามันไม่ใช่ และกลายเป็นมิจฉาชีพขึ้นมา ก็คงไม่คุ้ม ฉะนั้นอย่าเสี่ยง อย่างเช่น คนแจกใบปลิว ใครก็ตามที่เอาอะไรมายัดใส่มือเรา ให้ปฏิเสธไว้ก่อน รวมไปถึงคนที่เข้ามาถามทางและชวนคุย ให้รู้สึกเอะใจถึงความผิดปกติไว้ก่อน เพราะหน้าตาเราก็เอเชียจ๋าซะขนาดนี้ ถ้าเขาจะถามทางจริงๆ เขาควรไปถามฝรั่งที่หน้าตาดูเป็นคนท้องถิ่นมากกว่า

  1. อย่าวางทิ้งทรัพย์สินมีค่าไว้ที่ใดๆ ทั้งสิ้น

ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ข้าวของทุกอย่าง เราต้องเอาติดตัวไปด้วยตลอด เพราะแม้แต่การวางกระเป๋าทิ้งไว้บนโต๊ะในร้านอาหารแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ กลับมาอีกทีกระเป๋าอาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงกล้องถ่ายรูป โดยเฉพาะถ้าไปคนเดียวแล้วมีการฝากคนอื่นถ่าย ก็อาจเสี่ยงกับการที่เขาจะเชิดกล้องไปเลย ให้ตั้งกล้องไว้และตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติน่าจะปลอดภัยกว่า แต่ก็ต้องมองซ้ายมองขวาให้ดีด้วย ถ้าเป็นที่คนเยอะๆ ก็ไม่ควรวางกล้องสุ่มสี่สุ่มห้า

  1. แยกเงินสดไว้หลายๆ ส่วน

เราควรมีกระเป๋าสตางค์มากกว่า 1 กระเป๋า โดยให้เลือกใช้กระเป๋าราคาถูก ดูง่ายๆ เข้าว่า ถ้าหายไปจะได้ไม่เสียดาย และแยกเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่โรงแรมส่วนหนึ่ง ส่วนที่จะนำติดตัวออกไปก็คำนวณให้พอใช้ในแต่ละวัน ไม่ต้องเอาออกไปหมด เพราะถ้าโดนล้วงกระเป๋า อย่างน้อยจะได้ไม่เจ็บตัวมาก อีกทั้งเราก็ยังมีเงินสดสำรองเหลือไว้สำหรับใช้ชีวิตต่อในวันที่เหลือ

  1. กระเป๋าคาดเอวไม่ได้ช่วยเท่าไร

เคยมีเพื่อนที่ปารีสบอกว่า ยิ่งใช้กระเป๋าคาดเอว ก็ยิ่งทำให้มิจฉาชีพรู้ว่ามีของมีค่าอยู่ในนั้น และพวกเขาก็จ้องที่จะขโมยได้ง่ายขึ้น อีกอย่างมันเป็นการบ่งบอกว่านี่คือลักษณะของนักท่องเที่ยว เพราะนอกจากพ่อค้าแม่ค้าแล้ว ก็คงไม่มีคนท้องถิ่นที่ไหนจะใช้กระเป๋าคาดเอว ส่วนใหญ่ก็ใช้กระเป๋าสะพายข้างหรือสะพายแล่ง เราก็ควรใช้แบบนั้นเหมือนกัน เพียงแต่ต้องถืออย่างระวัง เช่น ถ้าใช้กระเป๋าเป้ ก็ต้องไม่เก็บเงินหรือของมีค่าไว้ในช่องซิปด้านหลังที่สามารถหยิบไปได้ง่าย ส่วนกระเป๋าสะพายข้างก็ต้องหาแบบที่มีรูดซิปปิดได้อย่างดี และเราก็ต้องถือแนบกับตัวไว้ตลอดเวลา ที่สำคัญทั้งกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือ อย่าเก็บเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงเด็ดขาด เพราะมันดูเชื้อเชิญให้คนมาหยิบไปเป็นอย่างมาก

  1. รู้ทันมุกเดิมๆ ของพวกมิจฉาชีพ
  • เข้ามาชวนคุย ถามทาง หรือพูดภาษาที่เราฟังไม่รู้เรื่องใส่เรา ให้เรางงและเผลอ จังหวะนั้นก็จะฉกกระเป๋าสตางค์เราไปอย่างแนบเนียน
  • ทำเป็นเอาของมายื่นให้ ประหนึ่งว่าเฟรนด์ลี่กับนักท่องเที่ยว ซึ่งถ้าเราเผลอไปรับของมา แน่นอนว่าพวกมันก็จะขู่เอาเงินจากเรา
  • บางคนอาจมาชวนเล่นเกม บางคนเอาด้ายหรือสายสิญจน์มาพันนิ้วเรา หรือเอา wristband มาพันข้อมือเรา แต่สุดท้ายก็เอาเงินเรา
  • อยู่ๆ ก็มีคนเก็บแหวนทองแล้วเอามาถามเราว่าใช่ของเราไหม และสุดท้ายก็เอาเงินเราอีกเช่นกัน

9.ระมัดระวังเป็นพิเศษเวลาอยู่ในสถานที่เสี่ยงๆ

  • สถานีรถไฟใต้ดิน โดยเฉพาะที่ปารีส ถ้าอยู่ๆ มีคนมายืนใกล้ๆ ทั้งที่คนในรถไฟไม่ได้เบียดเสียดก็ตาม ให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ ให้พยายามถอยออกมายืนห่างๆ และอย่ายืนใกล้ประตู
  • เมื่อก้าวเข้าไปในรถไฟใต้ดินปารีส จะได้ยินเสียงประกาศ “Attention! Des pickpockets peuvent être présents à bord de votre train.” แปลว่าให้ระวังของมีค่าจากพวกล้วงกระเป๋า แสดงถึงความชุกชุมของมิจฉาชีพบนรถไฟ
  • ระวังเป็นพิเศษเวลารถไฟจอดแต่ละสถานี เพราะเป็นจังหวะที่พวกล้วงกระเป๋าจะดำเนินการ และจากไปก่อนประตูรถไฟจะปิดอย่างรวดเร็ว โดยที่เรายังไม่ทันตั้งตัว
  • ถ้าเรารู้ตัวว่าโดนล้วงกระเป๋าขณะอยู่บนรถไฟ ให้กดปุ่มฉุกเฉินเพื่อให้รถไฟหยุด ประตูรถไฟล็อก และตำรวจก็จะมา
  • เวลาอยู่ในสถานีเมโทร ไม่ควรไปเดินเตร็ดเตร่ อย่างที่ปารีส เราควรซื้อตั๋วแบบ carnet เอาไว้ให้เรียบร้อย พอถึงเวลาก็เสียบบัตรแล้วเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว การไปควักตังนับเหรียญแล้วหยอดตู้ซื้อตั๋วทีละครั้ง เป็นการเสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าอย่างมาก
  • นอกจากนี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างหอไอเฟล โบสถ์ Notre Dame, Sacre Coeur, Monmartre, Centre Pompidou, Chatelet, Les Halles รวมไปถึงเขตชานเมืองปารีส และพวกตลาดของเก่า (Flea Market)
  1. ทำสำเนาพาสปอร์ตเอาไว้หลายๆ ชุด

สำหรับเล่มพาสปอร์ตตัวจริง ควรเก็บเอาไว้ในเซฟ หรือใส่กระเป๋าเดินทางไว้ที่โรงแรม และทำสำเนาแยกเอาไว้ที่หนึ่ง รวมถึงเอาไว้ในกระเป๋าสะพายสำหรับพกออกไปท่องเที่ยวในแต่ละวัน เผื่อมีเจ้าหน้าที่บนรถไฟ หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ขอดู นอกจากนี้ให้ถ่ายรูปพาสปอร์ตและหน้าวีซ่าเก็บเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือ หรือส่งเข้าอีเมลตัวเองก็ได้ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้ใช้เป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับดำเนินการต่างๆ ได้

  1. มีสติอยู่กับตัวตลอดเวลา และไม่ประมาท

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะเชื่ออยู่อย่างว่าถ้าเรามีสติและระวังตัวตลอดเวลา มิจฉาชีพก็มาทำอะไรเราได้ยาก เพราะเราจะรู้จักระแวดระวัง เวลาเดินไปไหนก็สังเกตคนรอบข้าง ดูหน้าดูหลัง ใครมีท่าทีไม่น่าไว้ใจก็ให้หลีกเลี่ยง

  1. ถ้าสุดท้ายเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาจริงๆ

หากสุดท้ายระวังอย่างดีแล้ว ก็พลาดท่าโดนล้วงกระเป๋าสตางค์ไปจนได้ ก็ไม่ต้องตกใจไป อย่างแรกเลยคือต้องมีสติ และค่อยๆ นึกลำดับเหตุการณ์ดูดีๆ ว่าก่อนหน้านี้เราทำอะไรที่ไหนบ้าง เราลืมเองหรือเปล่า ภาพสุดท้ายของกระเป๋าสตางค์ที่อยู่ในหัวเราคือตอนไหน ขั้นตอนต่อมา ให้สำรวจว่ามีอะไรหายไปบ้าง ถ้ามีบัตรเครดิต ก็ให้รีบอายัดบัตรโดยเร็วที่สุด จากนั้นก็ไปสถานีตำรวจของเมืองนั้นๆ เพื่อแจ้งความ และถ้าเราสำรองเงินเอาไว้ที่กระเป๋าอื่นแล้วก็คงไม่เจ็บหนักมาก แต่ถ้าถึงขั้นไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท ก็สามารถขอให้ทางตำรวจช่วยประสานไปที่สถานทูตไทยประจำประเทศนั้นๆ เพื่อให้เราไปติดต่อเพื่อขอยืมเงินจากสถานทูตได้ตามระเบียบการและขั้นตอนที่กำหนดไว้

Advertisements