Flowery Yvoire

C360_2016-03-24-06-50-25-030

สวิตเซอร์แลนด์กับฝรั่งเศสมีพรมแดนติดกัน และวีซ่าเชงเก้นก็เปิดโอกาสให้เราข้ามไปข้ามมาระหว่างประเทศใดก็ได้ในยุโรปตลอดเวลา หากเราเที่ยวเล่นในสวิสจนพอใจแล้ว อาจจะเว้นวันว่างไว้วันหนึ่งสำหรับล่องเรือข้ามทะเลสาบไปเที่ยวฝรั่งเศสเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศก็คงจะเติมสีสันให้กับทริปได้ไม่น้อย

จุดเริ่มต้นให้เรานั่งรถไฟไปเมืองนียง (Nyon) ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองเจนีวาเท่าไร ที่นั่นเป็นเมืองติดทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ถ้าเรียกแบบคนสวิสก็จะเรียกว่า ‘เลค เจนีวา’ (Lake Geneva) ถ้าเรียกแบบคนฝรั่งเศสก็จะเรียกว่า ‘ลัค เลอมัง’ (Lac Leman)แต่ที่จริงแล้วหมายถึงทะเลสาบแห่งเดียวกัน

เมื่อมาถึงสถานีรถไฟนียงแล้วให้เดินลัดเลาะเข้าซอยไปตามทางที่ลาดลงเขา จะเข้าซอยไหนก็ได้ เพราะทุกซอยก็จะลาดลงเนินไปโผล่ที่ทะเลสาบได้หมด ถ้ามี google map ก็โปรดใช้ แต่ถ้าไม่มี ขอให้สังเกตทิศทางลม ลมพัดมาจากทางไหน แปลว่าทะเลสาบอยู่ทางทิศนั้น และถ้าลมยิ่งพัดแรงขึ้นแสดงว่าเราใกล้ถึงทะเลสาบแล้ว ระหว่างเดินไปเรื่อยๆ ถ้าไม่รีบ ก็สามารถแวะร้านรวงข้างทางได้ เพราะตึกในเมืองนียงเองก็มีสิ่งก่อสร้างเก่าๆ สวยๆ เยอะแยะ ทั้งร้านอาหาร ร้านขนม ร้านไอศกรีม และร้านขายของที่ระลึก โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือร้านก็จะคึกคักหน่อย

การนั่งเรือล่องทะเลสาบ Lac Leman ถ้ามาในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนจะเวิร์กมาก เพราะถ้าฤดูหนาว ลมที่พัดแรงๆ จะทำให้เราหน้าชาหน้าสั่นมือไม้แข็งจนไม่อยากโผล่หน้าไปดูวิวที่ไหนเลยแม้มันจะสวยมากก็ตาม

เมื่อมาถึงท่าเรือแล้ว หากเจอพนักงานขายตั๋วที่เคาน์เตอร์ เราสามารถซื้อตั๋วได้เลย แต่ถ้าไม่เจอใคร ก็สามารถไปซื้อที่ตู้อัตโนมัติซึ่งตั้งอยู่หน้าทางเข้าท่าเรือ หรืออีกวิธีที่ง่ายกว่านั้นคือไปซื้อกับเจ้าหน้าที่บนเรือได้เลย ส่วนฉันไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย เพราะว่ามีสวิสพาส (Swiss pass) หรือบัตรโดยสารที่สามารถใช้เดินทางได้ทั่วสวิสอยู่แล้ว ซึ่งครอบคลุมเส้นทางเรือเฟอร์รี่ในทะเลสาบ Lac Leman แห่งนี้ด้วย

DSCF8105

เรือสำราญ CGN ออกตามตารางเวลาซึ่งเราสามารถเช็คได้ในเว็บไซต์ ลักษณะเป็นเรือ 2 ชั้น เราจะเลือกนั่งชั้นบนหรือชั้นล่างก็ได้ตามใจชอบ ด้านในดูสะอาดเรียบร้อย ซึ่งใช้เวลาเดินทาง 20 นาทีก็ถึงฝรั่งเศส บรรยากาศดูแปลกหูแปลกตาไปเลย ตั้งแต่เราเจอป้ายต้อนรับเข้าสู่เมืองอีวัวร์ (Yvoire) หมู่บ้านที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคกลาง (Middle Age) อายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ถ้าเทียบก็น่าจะพอๆ กับยุคสุโขทัยของบ้านเรา อาคารบ้านเรือนที่ยังได้รับการอนุรักษ์ไว้จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส ส่วนใหญ่สร้างจากไม้หรือหิน และตกแต่งด้วยกิ่งไม้ดอกไม้ โดยเฉพาะในฤดูร้อนจะเบ่งบานไปด้วยดอกไม้สีสดๆ จนผู้คนขนานนามที่นี่ว่าเป็น “หมู่บ้านดอกไม้”

DSCF8108DSCF8103
DSCF8058

เมืองอีวัวร์ถือเป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของฝรั่งเศส ใช้เวลาเพียงครึ่งวันก็เดินเที่ยวได้ทั่วแล้ว สถานที่น่าสนใจได้แก่ ปราสาทหรือ The Castle ที่สามารถชมได้แต่ภายนอก ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปด้านในเนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของลูกหลานเจ้าของปราสาทสืบต่อกันมา ต่อด้วยโบสถ์ประจำเมือง ป้อมปราการ และ Garden of Five Senses สวนดอกไม้แห่งประสาทสัมผัสทั้ง 5 นอกจากนั้นก็มีร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า ร้านจิวเวลรี่ ร้านขายของเล่นไม้ และร้านขายโปสการ์ด

ขอแนะนำให้ไปแวะร้านพิซซ่าซึ่งทำพิซซ่าสไตล์ฝรั่งเศส แป้งจะบางกรอบ และมีหน้าแปลกๆ ที่เราอาจไม่เคยเห็นมาก่อน รวมถึงร้านเครปซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของชาวฝรั่งเศส ก่อนจะปิดท้ายด้วยไอศกรีมในร้านน่ารัก

DSCF8052


C360_2016-03-24-06-51-43-188
DSCF8051
DSCF8027
DSCF8029
C360_2016-03-21-20-05-38-080C360_2016-03-21-20-06-34-269C360_2016-03-24-06-47-18-783DSCF8050C360_2016-03-24-06-45-46-506
แมวตัวหนึ่งเดินอยู่บนหลังคา พอเห็นเรากวักมือเรียกก็ค่อยๆ เยื้องย่างลงมานอนขดอยู่ตรงบันไดหินให้ถ่ายรูปได้ง่ายๆ เหมือนจะกำลังบอกเราว่า “คราวหน้าแวะมาใหม่นะ” ฉันกดรูปไว้แชะสองแชะแล้วพูด Au revoir กับมัน ก่อนที่สัญญาณจากเรือจะดังขึ้นเพื่อเรียกเรากลับไป

Travel Tips

-เช็ครอบเรือข้ามฟาก CGN ระหว่างเมือง Nyon – Yvoire ได้ที่ http://www.cgn.ch/en-gb/cgn-mobilite/n3.aspx

-บัตร Swiss Pass สามารถใช้โดยสารเรือ CGN ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

Photos: Anya

Advertisements