Nostalgic London

ลอนดอนเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นเมืองที่ความเก่าก่อนและความโมเดิร์นเดินทางมาพบกันได้อย่างลงตัว คราวนี้เราพาไปท่องลอนดอนด้วยสายตาสีซีเปีย และชวนไปหวนระลึกถึงความหลังของคนยุค ’90s

Text: piscesstyle

คนเรามักติดอยู่กับยุคที่เราเติบโตมา ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไรแต่เราก็ยังชอบสิ่งที่เราเคยเสพตอนเด็กไม่ว่าจะเป็นเพลง ภาพยนตร์ และอื่นๆ อีกมากมาย จึงไม่แปลกใจที่กระแสการรียูเนียนของวงยุคเก่าๆ อย่างยุค ’90s จะกลับมาฮิตอีกครั้งในตอนนี้ ไม่เพียงแต่ศิลปินไทยเท่านั้น แต่ในต่างประเทศก็เช่นกัน โดยเฉพาะอังกฤษ ซึ่งเราที่เติบโตมากับยุค ’90s ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบอยแบนด์อังกฤษดังแค่ไหน และมีอิทธิพลต่อชีวิตวัยเยาว์ของเรามากเพียงใด ไม่ว่าจะเป็น Back Street Boys, Boyzone, New Kids On the Block, ‘N Sync, Westlife, Blue

Screen Shot 2559-03-02 at 2.40.43 PM

การเดินทางมาลอนดอนของฉันในครั้งนี้ก็เพื่อรื้อฟื้นความรู้สึกวัยเยาว์ให้ตื่นขึ้น บนเครื่องบินฉันไล่ฟังเพลงอัลบัมใหม่ชื่อ Colours ของวง Blue ซึ่งปล่อยออกมาได้ไม่นานก่อนฉันจะเดินทางมาลอนดอน เพื่อร่วมชมคอนเสิร์ตจากอัลบัมใหม่นี้ สไตล์ดนตรีและเสียงร้องที่คุ้นเคยกระตุ้นความทรงจำเก่าๆ ครั้งที่ฉันยังคลั่งไคล้เพลงอัลบัมแรกของพวกเขาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อถึงลอนดอนฉันมองเห็นเมืองนี้เป็นสีซีเปียหน่อยๆ อาจเพราะอากาศอึมครึมสไตล์ลอนดอน อาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ อาคารสีน้ำตาลอมเหลือง บวกกับอารมณ์ในจิตใจ และแน่นอนว่าทริปนี้จะเป็นทริปแบบนอสตาลเจียเต็มรูปแบบ

เริ่มทริปเบาๆ ด้วยการเดินชมพิพิธภัณฑ์ ในลอนดอนมีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งหลายแบบให้เลือก ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่นำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์ หรือพิพิธภัณฑ์ที่มีงานศิลปะร่วมสัยอย่าง Tate Modern แต่ด้วยความที่เป็นทริปนอสตาลเจียเราเลยขอเลือก Tower of London ซึ่งเพื่อนหลายคนของฉันที่เรียนอยู่ที่อังกฤษหลายปียังไม่เคยมาเยือนกันเลยสักครั้ง ที่นี่รวบรวมประวัติศาสตร์อังกฤษกว่า 1,000 ปี ด้วยความที่ก่อนหน้าจะเดินทางเพิ่งได้ดูภาพยนตร์เรื่อง The Other Boleyn Girl เมื่อมาเจอประวัติศาสตร์จริงๆ จึงเข้าใจภาพยนตร์เรื่องนั้นในมุมที่ลึกซึ้งขึ้น ที่นี่มีเรื่องราวของกษัตริย์และราชวงศ์ของอังกฤษ โดยเฉพาะเรื่องราวของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 พระราชินีเอลิซาเบธที่ 1 และมงกุฎ The Imperial State Crown ล้ำค่าที่ใครๆ ก็อยากเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง เราไม่รู้ว่าประวัติศาสตร์ที่ได้รับการร้อยเรียงออกมานี้ตรงกับความจริงในครั้งนั้นมากน้อยแค่ไหน แต่ฉันว่าเสน่ห์ของประวัติศาสตร์หรือเรื่องเล่าโบราณก็คือไม่มีใครรู้ว่าความจริงคืออะไรกันแน่นี่เอง

Screen Shot 2559-03-02 at 2.42.22 PM

มาลอนดอนช่วงนี้เราเจอร้านใหม่แกะกล่องที่น่าสนใจอีกร้าน เป็นร้านที่ทำให้เราหวนนึกถึงตอนเราเด็กๆ ที่ตื่นเช้ามาดูการ์ตูน พร้อมกับมีซีเรียลราดนมวางอยู่บนโต๊ะอาหาร ร้าน The Cereal Killer Cafe ตรงบริค เลน (และมีสาขาสองอย่างรวดเร็วตรง The Stables Market ในแคมเดน มาร์เก็ต) ร้านนี้เป็นคาเฟ่สำหรับซีเรียลโดยเฉพาะแห่งแรกในอังกฤษ รวบรวมกล่องซีเรียลแทบทุกแบบที่เราเคยเห็นมาในชีวิตซึ่งมีตั้งแต่แบบที่มีตั้งแต่ยุค ’80s มาตกแต่งร้าน ในร้านออกแบบให้ดูเก่าๆ (อารมณ์เพลินวานลอนดอน) เราสามารถมาสั่งซีเรียลทานได้ทุกมื้อ ไม่ได้จำกัดแค่ตอนเช้าเท่านั้น ที่ร้านมีซีเรียลกว่า 120 ชนิด โดยขั้นตอนคือเลือกซีเรียลที่เราชอบ มีทั้งแบบอเมริกัน อังกฤษ และของประเทศอื่นๆ จากนั้นก็เลือกนมซึ่งให้ฟรี แต่สามารถเลือกนมพรีเมียมได้ด้วย เพิ่มราคาอีกแค่ 0.4 ปอนด์ และมีท็อปปิ้งให้เลือกอีก

Screen Shot 2559-03-02 at 2.43.14 PM

สำหรับคนที่ชอบเดินตลาดของเก่า นอกจาก Portobello อันเลื่องลือแล้ว ในลอนดอนมีตลาดของวินเทจมากมายจนเลือกเดินไม่ถูก ตอนนี้ลอนดอนเนอร์กำลังฮิต Car Boot Sales ซึ่งจะมีกระจายอยู่ตามแหล่งต่างๆ และมีกำหนดวันที่แตกต่างกันไปในแต่ละเจ้า ซึ่งสามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ แต่ละแหล่งจะมีของดีของหายากที่ถ้าเราโชคดีก็อาจจะได้ครอบครองไปในราคาที่หาไม่ได้อีกแล้ว Alfie’s Market ตรง Church Street ก็เป็นอีกแหล่งที่หลายคนชื่นชอบ ด้วยความเป็นตลาดของแอนทีกมานานกว่า 30 ปีในอาคารสไตล์อาร์ต เดโกที่รวบรวมร้านค้าไว้มากกว่า 100 ร้าน โดยเฉพาะของแต่งบ้าน

Screen Shot 2559-03-02 at 2.44.49 PM

และอีกที่ที่บรรยากาศดีคือ Apple Market ใน Covent Garden มีของทำมือ และของแอนทีกที่คัดสรรมาแล้ว ตั้งแต่จิลเวลรี่ ภาพเพ้นต์ ไปจนถึงโทรศัพท์โบราณ ส่วนนักอ่านและนักสะสมก็ไม่ควรพลาดร้านหนังสือเก่าและหายาก Idea Book บนถนนโดเวอร์ เป็นแหล่งที่เหล่าศิลปินและดีไซเนอร์จะมาหาหนังสือศิลปะ และหนังสือภาพเป็นแรงบันดาลใจสำหรับสร้างสรรค์งาน จึงไม่น่าแปลกใจหากคุณจะเจอคนดังที่นี่

Screen Shot 2559-03-02 at 2.44.40 PM

มาถึงไฮไลท์ของทริปลอนดอนครั้งนี้ คือการไปชมคอนเสิร์ตบอยแบนด์ดังจากยุค ’90s Blue ที่ฉันเป็นแฟนมาตั้งแต่ซิงเกิลแรก แม้จะห่างหายจากการฟังเพลงของพวกเขาไปนาน แต่เมื่อกลับมาฟังอัลบัมใหม่ที่ชื่อ Colours ของพวกเขาก็ทำให้ฉันเหมือนกลับไปเป็นเด็กคนเดิมเมื่อ 10 กว่าปีก่อนอีกครั้ง ไม่เพียงแต่การได้ชมคอนเสิร์ตของวง Blue ณ Roundhouse เท่านั้น ฉันยังได้พบกับศิลปินทั้ง 4 คน ลี ไรอัน, ดันแคน เจมส์, แอนโทนี่ คอสตา และไซมอน เว็บ แถมยังมีโอกาสได้พูดคุยกับพวกเขาด้วย สิ่งที่ไม่น่าเชื่อคือพวกเขาแทบไม่เปลี่ยนไปจากเดิม ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่าเพิ่งฟังเพลง All Rise ครั้งแรกเมื่อไม่นานมานี้เอง

เมื่อฉันบอกว่าอัลบัมล่าสุดของพวกเขาทำให้ฉันนึกถึงอัลบัมแรกๆ ของ Blue ลี ไรอันก็รีบตอบทันทีว่า “ใช่แล้ว เราดีไซน์ให้ซาวด์ และดนตรีเหมือนย้อนกลับไปช่วงที่เราทำอัลบัมแรก อย่างเพลง If you come back นั่นคือไอเดียหลักของอัลบัมนี้เลย และยังมีการนำเพลงจากยุคเก่ามาคัฟเวอร์ด้วย” เพลงโปรดของลีคือ Flashback เขาบอกว่ามันมีซาวด์เก่าๆ อยู่ในเพลง เป็นเพลงฟังแล้วคลาสสิก และยังมีคำเพราะๆ อยู่ในเนื้อเพลงด้วย เช่นเดียวกับแอนโทนีที่ชอบเมโลดี้ของเพลงนี้ ส่วนไซมอนตอบว่า “ผมชอบทั้งอัลบัมเลยนะ จริงจังเลยครับ แต่ละเพลงก็ทำให้ผมรู้สึกแตกต่างกันไป คุณจะรู้สึกว่ามันไม่เหมือนกันเลยในแต่ละวันที่ฟัง นี่คือความมหัศจรรย์ของดนตรี และเป็นความพิเศษของอัลบัมนี้” แต่เขาก็ได้เลือก Hang on in There Baby ซึ่งเป็นเพลงของ Johny Bristol ที่นำมาคัฟเวอร์ในอัลบัมนี้ “การทำงานตอนนี้แตกต่างกับตอนเรายังเด็กมากเหมือนกัน เราโตขึ้น เพลงก็โตขึ้นด้วย” ดันแคนกล่าว “เรามีโอกาสได้ทัวร์ในอังกฤษอีกครั้ง และไปเอเชียด้วย และเรารู้สึกว่าเราเติบโตไปด้วยกัน” ลีเสริม

ในเดือนที่ผ่านมานี้ Blue ได้มาทัวร์คอนเสิร์ตที่ไทย พร้อมงานปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จะได้ใกล้ชิดศิลปิน วันที่เราคุยกัน ลีบอกว่า “เอเชียทัวร์ก็คล้ายคลึงกับที่เราโชว์ในลอนดอน เป็นบลูแบบคลาสสิก มีเรื่องสนุกๆ มากมาย เพราะเราอยากให้คนสนุกกับโชว์มากๆ เราจะร้องเพลงเก่าๆ ของเราด้วย และน่าจะมีฉลองวันเกิดผมด้วยนะ” ทำเอาสมาชิกคนอื่นในวงและเราหัวเราะครืน หลังจากชมคอนเสิร์ตในคืนนั้น ฉันรู้สึกว่าแม้จะเป็นคอนเสิร์ตในฮอลล์ที่ไม่ได้ใหญ่อลังการอะไร แต่ที่นั่นเต็มไปด้วยแฟนเพลงที่ชื่นชอบศิลปินเดียวกับเรา เสียงร้องเพลงตามดังกระหึ่ม และการเล่นกับคนดูของทั้งสี่คนก็ทำให้เรารู้สึกว่าเขามาเข้าถึงได้ง่ายและเป็นกันเองกับแฟนคลับมาก

Screen Shot 2559-03-02 at 2.49.10 PM.png

ดูเหมือนว่ามิชชั่นของฉันจะคอมพลีทแล้ว แต่จริงๆ ลอนดอนก็ยังมีสถานที่นอสตาลเจีย ให้เราซึมซับอีกหลายที่ ถือว่าลอนดอนเป็นอีกเมืองที่มาเยือนกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ และมีที่เล็กซอยน้อยให้เราได้ไปเสมอ ทำให้ฉันนึกถึงประโยคของซามูเอล จอห์นสัน นักเขียนชาวอังกฤษที่เคยอ่านเจอว่า ‘หากคนคนหนึ่งเบื่อลอนดอน เขาคนนั้นก็คือคนที่เบื่อชีวิต’ คงจะเป็นจริงเช่นนั้น

Advertisements