Chantilly Loves Horse

Text/Photos: Anya Wan

DSCF6443copy

ไม่บ่อยนักที่ทริปฝรั่งเศสของฉันจะได้เจอแสงแดดจัดๆ ต่อเนื่องกันหลายๆ วัน แต่การมาเยือนเมืองชองติญี (Chantilly) ในครั้งนี้ก็ทำให้ได้รู้ว่าฟ้าใสๆ กับดอกไม้สวยๆ คือความเพลิดเพลินที่เรียบง่ายที่สุดของการมาเที่ยวฝรั่งเศสในฤดูร้อน

ชองติญีตั้งอยู่ในเขตอวส (Oise) ในหุบเขาโนแนตต์ (Nonette) ที่แคว้นปิการ์ดี (Picardie) หากเดินทางจากสนามบินชาร์ลส์ เดอ โกลส์ (Charles de Gaulle) ทางรถยนต์ จะใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษ ใกล้กว่าไปปารีสด้วยซ้ำ ที่นี่เป็นเมืองประวัติศาสตร์ จึงเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์และปราสาทของขุนนางชั้นสูงที่สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง บางคนอาจเคยได้ยินชื่อชองติญีจากชื่อของวิปครีมด้วยความที่เมืองต้นกำเนิดของวิปครีมที่ได้รับความนิยมมากในช่วงศตวรรษที่ 16 แต่ที่โดดเด่นกว่านั้นเห็นจะเป็นเรื่องของกีฬาแข่งม้า เพราะมีสนามฝึกม้าและแข่งม้าที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศสและมีชื่อเสียงที่สุดในยุโรป รวมถึงใช้เป็นสถานที่จัดรายการแข่งม้าระดับโลกอย่าง Prix du Jockey Club และ Prix de Diane

20150614_155238

DSCF6487

สถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ที่สุดของเมือง คือ ปราสาทชองติญี (Château de Chantilly) เห็นโดดเด่นเป็นสง่าตั้งแต่ขับรถเลี้ยวเข้ามาที่ถนน เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์และอาร์ตแกลเลอรี่ที่น่าไปเยือนที่สุดแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส ปราสาทชองติญีประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ ปราสาทหลังเล็ก (Petit Château) สร้างในปี 1560s และปราสาทหลังใหญ่ (Grand Château) ซึ่งถูกทำลายในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส (French Revolution) ก่อนกลับมาบูรณะใหม่ในช่วงปี 1870s หลังจากเดินชมสวนแลนด์สเคปแบบฝรั่งเศสกับแบบอังกฤษ ฉันเอาผ้าไปปูนั่งพักผ่อนอยู่ที่สนามหญ้าริมทะเลสาบรอบปราสาท ลมพัดเอาไอเย็นจากผิวน้ำมาสร้างความรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก บางคนเอาหนังสือมานอนอ่าน บางคนก็ปิกนิกเบาๆ พกของกินเล็กๆ น้อยๆ มานั่งกิน นั่งคุยกัน

DSCF6303

แค่นั่งด้านนอกว่าเพลินแล้ว ด้านในเพลินกว่านั้น Musée Condé อาร์ตแกลเลอรี่ของปราสาทเป็นที่จัดแสดงคอลเลกชั่นงานศิลปะของฝรั่งเศส ทั้งเพนต์ติ้งและประติมากรรมในช่วงศตวรรษที่ 15-16 ยิ่งใหญ่และละลานตาไม่แพ้พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre) ของปารีส ฉันเดินชมอยู่ในแกลเลอรี่กับห้องสมุดขนาดใหญ่ รู้สึกราวกับอยู่ในเขาวงกต ดูนั่นดูนี่ วนไปวนมา จนกระทั่งมาถึงโรงม้า (Grandes Écuries) ที่ภายในเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ม้า (Living Museum of the Horse) หรือเรียกเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Musée vivant du cheval

ยังไม่ทันเดินเข้าไปก็ได้กลิ่นคอกม้าโชยมาทักทาย ก็เขาเลี้ยงม้าไว้ตั้ง 240 ตัว แต่ด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยและยิ่งใหญ่มากๆ จึงไม่ได้ทำให้เรารู้สึกแย่กับกลิ่นไม่พึงประสงค์เท่าไร กลับรู้สึกว่ามันขลังดีด้วยซ้ำ ยิ่งได้รู้ตำนานที่เขาเชื่อกันว่าว่าพระเจ้าหลุยส์ อองรี (Louis Henri) ดยุคแห่งบูร์บง (Bourbon) Prince of Condé หลังจากสวรรคตได้กลับมาเกิดเป็นม้า ก็ยิ่งเข้าใจว่าทำไมเขาถึงดูแลม้าเป็นอย่างดี ในวันนั้น ฉันยังได้มีโอกาสชมการแสดงม้าด้วย (ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต ครั้งแรกเคยดูที่พัทยา) ยาวประมาณ 1 ชั่วโมง ความพร้อมเพรียงของม้าทำให้สัมผัสได้ถึงความเป็นศิลปะของการฝึกม้า ที่รวมเอาไว้ทั้งความสง่างามและความผูกพันระหว่างม้ากับผู้ฝึก

นอกจากม้า พิพิธภัณฑ์และปราสาทแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของชองติญีก็คือโรงแรมที่ส่วนใหญ่จะเป็น ‘ชาโต’ (Château) หรือปราสาทเก่า เหมาะมากสำหรับคนที่อยากมีประสบการณ์พักในชาโตแบบฝรั่งเศสแท้ดูสักครั้ง ฉันไปพักที่ Tiara Château Hôtel Mont Royal Chantilly ซึ่งรายล้อมไปด้วยป่า Chantilly Forest เลยได้โอกาสตื่นมาวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า แบบที่ตอนอยู่กรุงเทพฯ แทบไม่มีโอกาสได้ทำ และก็เห็นคนฝรั่งเศสจูงสุนัขมาวิ่งออกกำลังกายเหมือนกัน ถ้าใครชอบความสงบเงียบ โรงแรมนี้เหมาะมาก เพราะมองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้และต้นไม้ บางทีเปิดหน้าต่างในห้องทิ้งไว้ ยังมีผึ้ง มีนกบินเกาะขอบทักทาย

DSCF6236DSCF6474

แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศแบบมีผู้คนผ่านไปผ่านมา หรือมีร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารบ้าง ก็แนะนำให้ไปพักแถวๆ ใจกลางเมือง อย่างโรงแรม Auberge du Jeu de Paume ถือว่าโลเกชั่นดีที่สุด เพราะใกล้กับสถานีรถไฟ Chantilly-Gouvieux เพียง 1 กม. และปราสาทชองติญีเพียง 850 เมตร แถมมีร้านกาแฟเล็กๆ น่ารักอยู่แถวนั้น ให้นั่งชิลยามสายได้อีก

DSCF6328DSCF6322

ถึงตอนนี้เราก็ไม่ได้รู้จักชองติญีในฐานะวิปครีมอย่างเดียวแล้ว คราวหน้ามาเที่ยวปารีส หาเวลามาเดินเที่ยวชมเมืองเก่าอย่างชองติญีสักวันสองวัน ได้สัมผัสทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างครบถ้วนโดยไม่ต้องเดินทางไกล

Travel Tips

  • เมืองชองติญีตั้งอยู่ห่างจากสนามบินชาร์ลส์ เดอ โกลส์ 30 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถเพียงชั่วโมงเศษ
  • จากปารีสสามารถขึ้นรถไฟที่สถานี Gare du Nord มาลงที่สถานีชองติญี-กูวิเยอส์ (Chantilly-Gouvieux) โดยรถไฟ Île-de-France RER Line D หรือรถไฟด่วน TER Lines 12 ใช้เวลาประมาณ 22 นาที
  • สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในเมืองชองติญี มีรถบัสวิ่งในเวลาจำกัด ดังนั้นแนะนำการเช่ารถขับเป็นวิธีที่สะดวกสบายที่สุด
  • ปราสาท Château de Chantilly เปิดทุกวัน (ยกเว้นวันอังคาร) โดยช่วงเดือนเมษายน-ตุลาคมจะเปิดเวลา 00-18.00น. และช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม เวลา 10.30-17.00น.
  • มีบริการรถไฟเล็กและรถกอล์ฟสำหรับ 4 คน สำหรับพาชมรอบปราสาท โดยมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
Advertisements